เทคนิค! การเลี้ยงกุ้งฝอยในบ่อซีเมนต์ ลงทุนน้อย เลี้ยงง่าย กุ้งฝอย หรือ กุ้งตัวเล็ก เป็นอาหารที่เป็นที่นิยมเป็นอย่างมากใน โดยส่วนใหญ่มักนำมาทำเป็น กุ้งเต้น หรือ แพกุ้งชุบแป้งทอด รสชาติกรอบอร่อย และ ด้วยความที่นำมาประกอบอาหารได้หลากหลาย จึงเป็นที่ต้องการของตลาดมาก สำหรับวิธีเลี้ยงกุ้งฝอยในบ่อซีเมนต์นั้นก็ไม่ได้ยากแต่อย่างใด เริ่มจากการรวบรวมกุ้งเพศเมีย จากแหลงน้ำธรรมชาติ จำนวน 80-100 ตัวมาพักไว้ในกระชัง อย่างน้อย 1 คืน เพื่อปรับสภาพ ( แม่กุ้งฝอย 1 ตัว สามารถออกไข่ได้ประมาณ 60-80 ฟอง เราสามารถกะจำนวนกุ้งฝอยที่จะเลี้ยงได้ โดยการประมาณการคร่าวๆจากจำนวนแม่กุ้ง ) เตรียมบ่อสำหรับเลี้ยงกุ้งฝอย โดยการนำวงบ่อซีเมนต์มาวาง ทำท่อระบายน้ำไว้สำหรับถ่ายน้ำออกด้านล่าง เทปิดฐานด้วยปูน เติมน้ำให้เต็มบ่อ หาต้นกล้วยมาใส่ลงไปในบ่อ แช่ไว้ 7 วัน ( เป็นเคล็ดการปรับสภาพในบ่อปูน และ ปูนที่เพิ่งฉาบใหม่อาจมีสารเคมีตกค้างอยู่ น้ำแช่ต้นกล้วยจะช่วยดูดสารพิษออก ) หลังจากแช่เสร็จแล้วให้ถ่ายน้ำนี้ทิ้ง ล้างบ่ออีกรอบ แล้วเติมน้ำเข้าไปใหม่ หลังจากนั้นคัดกุ้งที่มีไข่แก่ๆ มองเห็นตาของลูกกุ้งในตัว แยกออกมาฟักในตะแกรง ที่แขวนไว้กระชังผ้าขนาด 1x1x1 เมตร ในบ่อซีเมนต์หรือบ่อดินก็ได้ การให้อาหารให้ซื้อหัวอาหารสำเร็จรูปมาเลี้ยง โดยปริมาณที่ให้คือ ประมาณ 5% ของน้ำหนักตัวกุ้ง...
สุดยอด!! กินมาก็นาน ใครทาน ''ชะอม'' บ่อยๆ ควรรู้ว่ามัน มีผลต่อร่างกายมาก!!! ผักนั้นมีประโยชน์มากมาย แต่รู้หรือไม่ว่า มีผักชนิดนึง ที่ คุณสมบัติ ของมันนั้น ประโยชน์ มหาศาล นั้นคือ ชะอมนั้นเอง บางคนชอบทานมากๆ บางคนก็ไม่ชอบเลย เอาเป็นว่า วันนี้เราจะมาบอก ข้อดี ของการทานชะอมกันนะค่ะ ว่ามีอะไรบ้าง เอาเป็นว่าไปทานกันเลยจร้า สรรพคุณและประโยชน์ของชะอม 1. ชะอมอุดมด้วยวิตามินเอ หากจะตามหาผักที่มีวิตามินเอสูงต้องห้ามมองข้ามชะอมเลยนะ เพราะอุดมด้วยวิตามินเอที่จะช่วยให้เราต่อสู้กับอนุมูลอิสระทั้งจากปัจจัยภายนอกและภายในได้อย่างมีประสิทธิภาพ และยังช่วยบำรุงสายตาด้วย 2. ยอดอ่อนของชะอมมีสรรพคุณช่วยลดความร้อนในร่างกาย ซึ่งเป็นส่วนที่เรามักนำมาทำอาหารกินกันมากที่สุด 3. ชะอมมีเส้นใยอาหารที่มีประโยชน์ต่อระบบขับถ่าย ทำให้การขับถ่ายเป็นปกติ แก้อาการท้องผูก 4. ประโยชน์ของชะอมช่วยขับลมในกระเพาะอาหารและลำไส้ บรรเทาอาการปวดท้องหรือปวดเสียวในท้องได้ดี แก้อาการท้องอืดและท้องเฟ้อ 5. ชะอมช่วยบำรุงเส้นเอ็น อีกหนึ่งสรรพคุณที่โดดเด่นของชะอมคือ ช่วยบำรุงและรักษาเส้นเอ็นให้แข็งแรง ไม่เสื่อมเร็วกว่าที่ควร 6. ชะอมมีแคลเซียมสูง ซึ่งมีความสำคัญต่อกระดูกและฟัน โดยเฉพาะในผู้หญิงวัยทองที่มีความเสี่ยงจะเกิดภาวะกระดูกพรุนได้ง่าย ถ้าอยากให้กระดูกและฟันแข็งแรงก็ต้องกินชะอมเป็นประจำ 7. ชะอมมีคุณสมบัติช่วยรักษาอาการลิ้นอักเสบและเป็นผื่นแดง 8. ในชะอมมีฟอสฟอรัส ที่ทำหน้าที่ช่วยเสริมให้วิตามินบีต่างๆ ทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ 9. ชะอมมีธาตุเหล็ก ที่มีส่วนสำคัญในการช่วยบำรุงเลือด ทำให้การไหลเวียนของเลือดเป็นไปอย่างปกติ 10. ชะอมช่วยเสริมสร้างระบบของภูมิคุ้มกันในร่างกายให้แข็งแรง ทำให้กำจัดเชื้อโรคต่างๆ ได้ดีขึ้น ไม่เจ็บป่วยง่าย เพราะฤทธิ์ของวิตามินซีที่มีอยู่มากในชะอมนั่นเอง 11. ประโยชน์ของชะอมช่วยต่อต้านการเกิดโรคมะเร็ง และลดโอกาสที่จะเกิดโรคหัวใจได้ด้วย เนื่องจากในชะอมมีสารสำคัญที่ชื่อว่า...
สุดยอดไอเดีย! เพียงสามขั้นตอนง่ายๆ ทำสปริงเกอร์ใช้เอง ใช้งบไม่ถึงร้อยบาท สิ่งประดิษฐ์ง่ายๆ จากขยะรีไซเคิล ซึ่งนอกจากจะลดขยะได้แล้ว ยังช่วยประหยัดเงินในกระเป๋าคุณอีกด้วย ทุกวันนี้หลายคนชอบ DIY วันนี้เราจึงขอนำเสนอ ไอเดียอุปกรณ์ทางการเกษตร ที่มั่นใจว่า ทุกไร่ทุกสวนต้องมี นั่นคือสปริงเกอร์รดน้ำต้นไม้ แต่เรานำขยะเหลือใช้ มาทำเพื่อลดต้นทุน เป็นสปริงเกอร์ DIY จากขวดพลาสติกครับ ซึ่งใช้ได้ดี ไม่แพ้ สปริงเกอร์ตัวละ หลายร้อยเลยทีเดียว อุปกรณ์ที่ต้องเตรียม  ขวดน้ำพลาสติก ขนาดใดก็ได้ตามต้องการ  ท่อพีวีซีและสายยาง  สว่านไฟฟ้า และดอกสว่าน ถ้าไม่มี ใช้ตะปู หรือ เข็ม แทนได้ครับ เทปสำหรับพันท่อ และสิ่งสุดท้ายคือ เศษไม้ วิธีการทำ ขั้นตอนแรก นำขวดพลาสติก มาเจาะรูให้ทั่วทั้งขวดด้วยสว่าน โดยแนะนำให้เจาะรูขนาดเล็ก จะทำให้มีแรงดันน้ำเยอะ ให้แต่ละรูห่างกันประมาณ 2 นิ้ว ขั้นตอนที่สอง ให้นำไม้มาทำเป็นแท่นยึด ท่อพีวีซี เข้ากับฐานไม้ให้แน่น ตามรูป ขั้นสุดท้าย ทำการประกอบท่อพีวีซี กับขวดให้แน่น ตรงข้อต่อ ให้พันด้วยเทปพันท่อ เพื่อกันน้ำรั่วไหล ต่อจากนั้นก็นำไปใช้ได้เลยครับ เป็นไงบ้างครับ ง่ายๆเพียงสามขั้นตอนเท่านั้น คุณก็จะได้ สปริงเกอร์จากขวดน้ำ ที่จะลากไปวางที่ไหนก็ได้ รดต้นอะไรก็สะดวกสบายแล้วครับ ขอบคุณข้อมูล  ช่างแบงค์ จากยูทูปชาแนล Bang...
ปลูกข่าแดงส่งขาย โตไว ดูแลง่าย ใช้พื้นที่น้อย เก็บได้นับ 10 ปี การทำเกษตรนั้นไม่จำเป็นต้องมีพื้นที่มากมายเท่าไหร่และวันนี้เราก็จะนำอีกหนึ่งพืชที่สามารถปลูกและทำรายได้ได้เป็นอย่างดีนั่นก็คือข่าแดงหรือข่าอ่อนนั่นเอง ซึ่งข่าอ่อนนั้นถือเป็นสมุนไพรที่ได้รับความนิยมสูงเป็นอย่างมากและนำมาใช้ประกอบอาหารได้หลากหลายเมนูอีกทั้งยังเป็นพืชที่ทนแล้งและต้านทานโรคได้เป็นอย่างดีปลูกง่ายและดูแลง่ายและสรรพคุณทางด้านสุขภาพบอกเลยว่าเพียบจึงทำให้ข่านั้นกลายเป็นที่ต้องการทางการตลาดสูงมาก และในวันนี้นี่เองเราก็จะพาไปชมชาวบ้านที่ยึดอาชีพปลูกข่าแดงของชาวบ้านที่บ้านเกษตรสมบูรณ์ ตำบลห้วยขะยุง อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี โดยชาวบ้านอาชีพปลูกข่ามานานกว่า 30 ปี เพราะข่าแดงเป็นพืชที่ปลูกง่าย ดูแลง่าย ไม่จำเป็นต้องใช้พื้นที่ปลูกมาก เป็นพืชที่ช่วยกันในครัวเรือน ลงทุนน้อย ปลูกแล้วเก็บผลผลิตได้นานเป็น 10 ปี ที่สำคัญมีรายได้ทุกวัน จึงเป็นพืชที่ชาวบ้านไม่ง้อรายได้จากการปลูกข้าว จึงทำให้หมู่บ้านแห่งนี้หันมาปลูกข่าแดงสร้างรายได้กันอีกทั้งยังสร้างมูลค่าด้วยการปลูกข่าแบบอินทรีย์จนได้ใบรับรับรองมาตรฐานอีกด้วยซึ่งนั่นก็กลายเป็นสิ่งที่ลูกค้าหลายคนทั่วประเทศนั้นต้องการจากที่เคยกลายเป็นรายได้เสริมก็สามารถกลายเป็นรายได้หลักในจนถึงทุกวันนี้จึงทำให้ครอบครัวทุกครอบครัวในตำบลห้วยขะยุงที่ปลูกข่าแดงนั้นมีความเป็นอยู่ที่สุขสบายมากยิ่งขึ้นและไม่เคยเดือดร้อนเรื่องเงินทองแต่อย่างใด งานวันนี้เราจะพาทุกคนไปรู้จักกับคุณ คุณนวนศรี พรมมากอง ซึ่งเป็นชาวบ้านอีกคนหนึ่งที่ปลูกข่าแดงมานานนับ 10 ปีและใช้พื้นที่ปลูกเพียงแค่ 3 ไร่เท่านั้นซึ่งก็ได้มีการเล่าว่า “ถ้าเริ่มปลูกข่าแดงครั้งแรกควรปลูกประมาณเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม โดยจะใช้หัวข่าแก่ปลูก เมื่อปลูกแล้วใช้เวลาประมาณ 6 เดือน จึงเก็บผลผลิตได้ ข่านั้นปลูกครั้งเดียวสามารถให้ผลผลิตได้ยาวนานต่อเนื่องถึง 10 ปี ข่าที่ปลูกกันจะเป็นพันธุ์ที่ชาวบ้านเรียกว่า “ข่าแดง” เป็นพันธุ์ที่ปลูกง่าย แตกหน่อดี ให้ผลผลิตได้ตลอดทั้งปี ซึ่งปกติแล้วจะปลูกกันไร่ละประมาณ 800-900 ต้น ระยะปลูกห่างกันต้นละเมตร ใส่ปุ๋ยสูตร 15-15-15 ปีละ 4 ครั้ง สำหรับวิธีเก็บผลผลิตจะสับหรือตัดหน่ออ่อนด้วยเสียม ทั้งนี้ การสับหรือตัดหน่ออ่อนมากเกินไปอาจทำให้ต้นแม่โทรมเร็ว แล้วจะให้หน่อช้า ดังนั้น จึงต้องบำรุงต้นแม่ให้ดีเพื่อให้ได้หน่อข่าอ่อนที่ดีด้วยเช่นกัน อย่างไรก็ตาม ในช่วงเดือนพฤศจิกายน-มกราคมที่เป็นฤดูหนาวพบว่าหน่ออ่อนมักแตกช้า...
รวมสูตรดินปลูกต้นไม้ ผสมเอง ใช้ทุนต่ำ ปลูกอะไรก็งาม ซึ่งดินในก็ถือเป็นทรัพยากรธรรมชาติที่เกิดจากการผุพังของหินแร่และแน่นอนว่าก็จะมีอินทรีย์วัสดุผสมคลุกเคล้าจนกลายเป็นเนื้อเดียวกันซึ่งนั่นก็กลายเป็นแหล่งที่มาในการสร้างปัจจัย 4 ในการดำรงชีวิตของมนุษย์นั้นเองซึ่งมนุษย์เรานั้นก็ใช้ดีเหล่านี้นี่แหละมาใช้ปลูกพืชและอาหารบ้างก็ทำเครื่องนุ่งห่มและที่อยู่อาศัยอีกทั้งยังมียารักษาโรคซึ่งพวกต้นไม้เจริญพันธุ์ที่เติบโตมานั้นก็เกิดขึ้นมาได้เพราะมีดินและดินนั้นก็ขออุ้มรากต้นไม้ให้รากต้นไม้สามารถดูดและเอาแร่ธาตุต่างๆไปหล่อเลี้ยงลำต้นได้ และในวันนี้นี่เองเราก็จะรวบรวมสูตรดินปลูกต้นไม้ซึ่งเป็นเทคนิคในการบำรุงดินแบบง่ายๆและจะเป็นอย่างไรบ้างนั้นมีสูตรอะไรบ้างลองตามมาดูกันเลย สูตรที่ 1นำใบมะขาม ใบกระถิน ใบขี้เหล็ก ใบจามจุรี ใบโสนและใบแค ที่ร่วงแล้วมากองรวมกัน และรดน้ำให้ชื้นภายใน 7-10 วัน จะเปื่อยยุ่ย สามารถนำมาผสมกับดินปลูกในกระถาง หรือนำไปหว่านโรยรอบต้นพืชที่ปลูก ถือเป็นการกำจัดเศษใบไม้ใต้ต้นได้ดี กรณีต้องการให้มีคุณภาพดีขึ้น ให้กองรวมกับปุ๋ยคอก โดยใช้อัตราส่วน เช่น ใบจามจุรี4 ส่วน : ปุ๋ยคอก 1ส่วน เป็นต้น สูตรที่ 2 นำใบมะขาม ใบชมวง ใบมะกอกไทย และใบชมพู่ โดยนำมาหมักให้เน่าเปื่อย หรือเก็บรวมใส่ถุงขยะสีดำปิดปากถุงทิ้งไว้ 7 วันเพื่อให้เน่าเปื่อย ใบไม้หมักเหล่านี้จะมีความเป็นกรด เหมาะสำหรับดินปลูกไม้ประดับหรือใบไม้ที่มีสี เช่น โกสน บอนสี และช่วยให้ใบและดอกสีเข้มขึ้น สูตรที่ 3 นำต้น ใบ และรากของผักตบชวา มาสับให้เป็นท่อน ๆ กองรวมกันให้เหี่ยวสัก 2-3 วันราดด้วยน้ำปุ๋ยคอก คลุมด้วยกระสอบประมาณ 7-10 วัน ผักตบจะเหี่ยวยุบตัวลงและมีธาตุอาหารที่สมบูรณ์ สามารถนำไปใส่แปลงผัก หรือผสมดินที่ปลูกต้นไม้ได้ สูตรที่ 4 เปลือกถั่วลิสงนำมากองหมักไว้สัก 3...
ความเชื่อโบราณ!? ปลูกแล้วดี ยิ่งปลูกยิ่งรวย เสริมโชคลาภตัวเองและครอบครัว วันนี้จะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับว่านมงคลระดับแถวหน้า ที่คัดมาแล้วว่าดีจริงพร้อมทั้งวิธีในการปลูก หากใครที่กำลังมองหาต้นไม้งาม ๆ มาปลูกไว้ที่บ้านสักต้น ก็น่าจะเริ่มที่ว่านมงคลเหล่านี้เพื่อเสริมโชคลาภให้กับตัวเองพร้อมทั้งคนในครอบครัว 1. ว่านรวยไม่เลิก ใบของว่านนี้จะมีลักษณะเรียวยาวหนานุ่มและมีจุดตามใบ ก้านดอกสีขาวจะออกตลอดทั้งปีแสดงถึงความมั่นคงทางการเงิน ปลูกโดยการแตกหน่อและตัดใบปักชำ เป็นพืชที่ชอบน้ำมากแต่ต้องตั้งอยู่ในที่แดดรำไรและอากาศถ่ายเทสะดวกไม่เช่นนั้นจะเน่าเอาง่าย ๆ 2. ว่านกวักนางพญามหาเศรษฐี ลักษณะของใบทั้งกว้างและใหญ่ ปลายเรียวแหลมและก้านใบสูง ออกดอกเป็นช่อสีขาวแบ่งเป็นช่อละ 8-9 ดอก ใช้หัวปลูกลงในดินร่วนปนทรายผสมเศษอิฐและใบก้ามปู รดน้ำปานกลาง ตั้งไว้ในที่สูงที่มีแดดรำไร จะช่วยเรียกโชคลาภให้เข้ามาไม่ขาดสายและถูกหลักตามฮวงจุ้ยที่ควรจะเป็นอีกด้วย 3. ว่านเศรษฐีก้านทอง ไม้ล้มลุกที่มีใบยาวปลายแหลมและขอบใบทั้ง 2 ข้าง พลิ้วเป็นคลื่น มีเส้นกลางเป็นสีน้ำตาลเหลืองอ่อน ออกดอกเป็นช่อสีขาวนวล ควรใช้หัวปลูกลงในดินร่วนปนทรายผสมแกลบเผา ให้ตั้งไว้ในที่แดดรำไรและรดน้ำพอชุ่มเพราะชอบความชื้น สรรพคุณคือใช้เป็นเมตตามหานิยมเรียกเงินทองให้กับผู้ปลูกจึงเหมาะกับร้านค้าหรือคนทำธุรกิจ 4. ว่านเศรษฐีเรือนนอก เป็นพืชล้มลุกแตกกอคล้ายเศรษฐีเรือนใน มีใบยาวเรียวแต่ขอบใบทั้ง 2 ข้างจะเป็นสีขาว หากออกดอกจะถือว่าเจ้าของนั้นมีโชคลาภและช่วยป้องกันอันตรายทั้งปวง ให้ปลูกโดยการแยกหน่อหรือนำไหลมาปลูกลงดินร่วนปนทรายใหม่ ตั้งอยู่ในที่แดดไม่มาก รดน้ำพอชุ่มแต่ไม่ต้องเปียกโชก 5. ว่านเศรษฐีเรือนใน จุดเด่นของว่านนี้คือใบเรียวยาวขอบสีเขียวและมีเส้นสีขาวตรงกลาง มีสรรพคุณที่ช่วยดูดสารพิษภายในอาคารที่พักอาศัย ต้องปลูกโดยการเอาต้นอ่อนเอามาลงดินร่วนปนทรายที่ผสมเศษอิฐ ไม่ค่อยชอบน้ำให้รดแค่สัปดาห์ละครั้งและตั้งอยู่ในที่แดดรำไร เชื่อกันว่าจะช่วยป้องกันอันตรายและเสี่ยงทายเรื่องโชคลาภ 6. ว่านกุมารทอง ว่านชนิดนี้จะเป็นพืชล้มลุกที่มีหัวคล้ายกับเด็กนั่งอยู่บนแท่น จึงขนานนามว่าเป็น “ว่านกุมารทอง” ออกดอกเป็นพุ่มทรงกลมปีละครั้ง เมื่อดอกออกแล้วใบจะค่อย ๆ แทงยอดออกมามีลักษณะเรียวยาวปลายไม่แหลมมาก นิยมปลูกไว้เพื่อช่วยในเรื่องอยู่ยงคงกระพัน เสริมอำนาจและบารมี ทำมาค้าขายคล่องตัว แนะนำให้ปลูกไว้หน้าบ้านหรือบริเวณศาลพระภูมิ นำหัวมาปลูกในดินปนทรายระบายน้ำได้ดีจะวางไว้กลางแจ้งหรือแดดรำไรก็ได้ 7. ว่านกวักโพธิ์เงิน-โพธิ์ทอง ว่านทั้ง 2...
"แผลร้อนใน" รักษาได้ง่ายๆ เพียงแค่ใช้เปลือกมังคุด ร้อนในเป็นปัญหาจากการที่การที่เราร้อนหรือดื่มน้ำน้อยมักจะเป็นตอนที่ขาดน้ำแม่ยิ่งทานสิ่งแวดล้อมเข้าไปก็จะยิ่งทวีคูณไปอีกเช่นผลไม้หรืออาหารบางอย่างก็จะทำให้เรานั้นเป็นร้อนในได้และทำให้เกิดเป็นแผลร้อนในขึ้นแต่วันนี้ปัญหาเหล่านี้จะหมดไปเราจะไม่เป็นแผลในปากจากการเป็นร้อนในอย่างแน่นอนเรามีสูตรรักษาแผลร้อนในในปากได้ด้วยเปลือกมังคุด สงสัยกันใช่ไหมล่ะคะว่าเปลือกมังคุดนั้นนำมารักษาแผลร้อนในได้อย่างไรงั้นตามไปดูกัน แต่ก่อนที่จะไปดูวิธีการรักษานั้นมารู้ลักษณะของคนที่มีอาการธาตุไฟกำเริบซึ่งก็คือการเกิดร้อนไหมนั่นเอง ปวดแสบปวดร้อนในท้อง และจะมีความร้อนตามเนื้อตัว มีปากและคอที่แห้ง กระหายน้ำบ่อยและเป็นผิวพุพองตามพื้นผิวหนัง มีแผลในริมฝีปากหรือตามกระพุ้งแก้ม เมื่อรู้สาเหตุของการเกิดวันไหนแล้วเรามาดูวิธีการทำเลย วิธีการรักษา ให้เรานำเปลือกมังคุดมากขึ้น 4 ซี่และต้มกับน้ำ 4 แก้วปล่อยให้น้ำเดือดใช้เวลาประมาณ 10 นาที เมื่อเสร็จแล้วให้เรานำมาตั้งพักทิ้งไว้ให้เย็น นำน้ำที่ต้มนั้นมารวบรวมไว้สักพักแล้วบ้วนทิ้ง เพียงแค่นี้แผลร้อนในก็จะรักษาขึ้นดีได้ง่ายๆไม่เจ็บปวดอีกต่อไป ใครกำลังเป็นร้อนในอยู่ก็ลองเอาวิธีนี้ไปใช้รักษาช่องปากของคุณกันดู รับรองสูตรนี้แผลในปากของเราหายอย่างแน่นอน แต่ต้องขอบอกเลยว่าเปลือกมังคุดนั้นจะมีรถที่ฝากจากเพียงแค่อมครั้งเดียวคุณก็จะรู้สึกว่าแผลร้อนในในปากมีการกดรับทันที และวันรุ่งขึ้นแผลในปากของคุณก็จะดีขึ้นแผลกลับเข้าที่และหายสนิท
แบบบ้านไม้ สไตล์บ้านสวน เข้ากับธรรมชาติ หลังน้อยๆ งบประหยัดๆ โดนใจคนงบน้อย!! จากกรณีที่เพจ แนวทางเกษตรเกร็ดความรู้ ได้รวบรวมไอเดียมาให้ได้ดู และมีผู้สนใจจำนวนมาก วันนี้จะพาเพื่อนๆไปดูว่าจะมีแบบไหนบ้าง ไปดูพร้อมกันเลยแบบบ้าวนไม้สวยๆ แบบที่1 แบบที่2 แบบที่3 แบบที่4 แบบที่5 แบบที่6 แบบที่7 แบบที่8 แบบที่9 แบบที่10 แบบที่11 แบบที่12 แบบที่13 แบบที่14 แบบที่15 แบบที่16 แบบที่17 แบบที่18 แบบที่19 แบบที่20 แบบที่21 แบบที่22 แบบที่23 แบบที่24 แบบที่25 แบบที่26 แบบที่27 แบบที่28 แบบที่29 แบบที่30 แบบที่31 แบบที่32 ขอขอบคุณภาพจากเพจ แนวทางเกษตรเกร็ดความรู้ ขอขอบคุณที่มา https://me-panya.com
ยิ่งสูงยิ่งต้องโน้มลงต่ำ ผู้คนจะรู้สึกชื่นชมทุกครั้งที่ได้เห็น ยิ่งมีอำนาจมากเท่าไหร่ ยิ่งอยู่สูงเท่าไร ยิ่งต้องมีความอ่อนน้อมถ่อมตนเท่านั้น ความอ่อนน้อมนี่เอง จะสามารถถ่วงน้ำหนัก ทำให้เท้าของเราให้ติดดิน ไม่ลอยขึ้นฟ้าเพราะความลำพองใจ การเห็นคุณค่าของตัวเองนั้นไม่ผิด แต่อย่าให้มันหลง… ถึงขนาดทำให้เรากลายเป็นคน… หลงตัวเอง เพราะคนหลงตัวเอง ก็คือ คนแพ้ตัวเอง คนที่แพ้ตัวเอง ก็คือ คนที่แพ้ทุกสิ่งทุกอย่าง… ส่งเสริมอัตตาตัวตน ตัวกู-ของกูให้มากขึ้น เลิกอวดรวย อวดเบ่งในอำนาจ อวดบุญบารมี คนที่อิ่มในตัวเอง ไม่จำเป็นต้องพูดบอกใครต่อใครว่าฉันอิ่ม แต่คนที่ขาดต่างหาก ต้องอวดเพื่อสร้างเกราะกำบังให้คนอื่นไม่รู้ว่าฉันขาด ในทางจิตวิทยาจึงบอกว่า… ใครชอบอวดอะไร ลึกๆ คือ เคยขาดสิ่งนั้นมาก่อน ยิ่งอวดมากเท่าไหร่ ในใจจะเหมือนมีพายุที่ไม่มีวันสงบสิ้นได้ซักที เก่งได้ แต่ อย่าอวดเก่ง ภูมิใจได้ แต่อย่าให้มากถึงขนาดหลงตัวเอง ยิ่งคิดว่าตัวเองดีเลิศเท่าไหร่ ก็ยิ่งมีโอกาสสูง ที่เราจะลืมตัวมากเท่านั้น “เจ้าของบริษัท” ยกมือไหว้ “ลูกน้อง” ที่มีอายุมากกว่า ไม่วางมาดเหมือนเป็นเจ้าชีวิตของพนักงาน เพราะเชื่อในแนวคิดที่ว่า… ยิ่งสูงยิ่งต้องโน้มลงต่ำ ยิ่งเป็นผู้นำยิ่งต้องทำตัวติดดิน เป็นหัวหน้าคนต้องนั่งในใจ ไม่ใช่นั่งบนหัวคน ผู้นำนั้นไม่ใช่คนที่ขึ้นไปอยู่บนที่สูง แล้วชี้นิ้วสั่งลงมา แต่คือคนที่ลงมาร่วมลงเดินไปกับลูกน้อง เจ้าของบริษัทที่แท้จริง ก็ไม่ใช่แค่คนที่จ่ายเงินให้พนักงาน แต่คือคนที่จ่ายความรักความเมตตาให้กับผู้ใต้บังคับบัญชา เพราะเมื่อผู้นำได้ใจผู้ตามไปแล้ว ทุกคนก็พร้อมจะลุยไหนลุยนั่น ว่าไงว่ากัน ส่วนใครที่เป็นลูกน้องของเจ้านายแบบนี้ ก็อย่าทำให้เจ้านายเสียกำลังใจนะ ตั้งใจทำงานให้สมกับที่มีเจ้านายดี ๆ ไม่มีเจ้านาย ลูกน้องก็อยู่ไม่ได้ ไม่มีลูกน้อง เจ้านายก็อยู่ไม่ได้เหมือนกัน ต่างคนต่างต้องพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน ไม่มีใครเหนือใคร ทุกคนล้วนเท่าเทียมกัน Cr. ratree wasitsurawong ขอขอบคุณที่มา http://bitcoretech.com
"มะเขือพวง” ผักพื้นบ้านที่ทุกคนต่างรู้จักดี เพราะพบได้ในอาหารไทยหลายชนิด เช่น ในแกง ในผัด หรือทานกับน้ำพริก แต่ถึงจะคุ้นเคยมากแค่ไหน ก็ยังมีอีกหลายคนที่ไม่ชอบรสขมของมะเขือพวง แต่เห็นขมๆอย่างนี้ รู้มั้ยคะว่า “มะเขือพวง” ประโยชน์เพียบนะคะ โดยนักวิจัยของคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้วิจัยเรื่อง”สรรพคุณวิเศษของมะเขือพวง” และพบว่ามะเขือพวงมีประโยชน์อย่างมาก เนื่องจากมีฤทธิ์ช่วยลดอนุมูลอิสระ ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือ ดของผู้ป่วยเบาหวาน มีเส้นใยที่ช่วยดูดซับไขมันส่วนเกินได้ดีเยี่ยม ทำให้มะเขือพวงสามารถรักษาโรคทั้ง 4 โรคนี้ได้ค่ะ 1. โรคเบาหวาน มะเขือพวงมีสาร “เพกติน” ที่ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในผู้ป่วยโรคเบาหวาน โดยสารนี้จะมีหน้าที่ช่วยเคลือบผิวในลำไส้ ทำให้อาหารเคลื่อนตัวผ่านลำไส้ได้ช้า จึงช่วยดูดซึมแป้งและน้ำตาลที่ย่อยแล้วได้ช้าลง ทำให้ระดับของน้ำตาลในเลือ ดคงที่ 2. โรคกระเพาะ มะเขือพวงช่วยรักษาแผลในกระเพาะอาหาร โดยมีฤทธิ์ต้านการเกิดแผลในกระเพาะอาหารที่เกิดจากการใช้ยา แอลกอฮอล์ และความเครียดได้ 3. โรคขาดสารอาหาร มะเขือพวงมีสารจำพวก “ไฟโตนิวเทียนท์” ที่จะช่วยร่างกายในสภาวะขาดสารอาหาร ให้สามารถกลับมาทำงานได้อย่างปกติ 4. โรคไขมันอุดตันในเส้นเลือด มะเขือพวงมีกลุ่มสาร “ทอร์โวไซด์” ซึ่งช่วยลดระดับโคเลสเตอรอลในกระแสเลือ ดได้ และกระตุ้นให้ตับนำโคเลสเตอรอลในเลือ ดไปใช้ได้มากขึ้น รวมทั้งยับยั้งการดูดซึมกลับของโคเลสเตอรอลในลำไส้ด้วย จึงอาจช่วยป้องกันโรคไขมันอุดตันในเส้นเลื อดได้อีกทางหนึ่ง ผักพื้นบ้านที่หาทานได้ทั่วไป แต่ประโยชน์ไม่ธรรมดาเลยใช่มั้ยคะ รู้อย่างนี้ครั้งหน้าก็อย่าเขี่ยเจ้ามะเขือพวงเม็ดเล็กๆ ทิ้งไว้ข้างจานอีกนะคะ ฝืนใจทานหน่อย ท่องไว้เพื่อสุขภาพค่ะ ขอบคุณแหล่งที่มา : โพสต์โนเนม