Loading...
หน้าแรก Uncategorized

Uncategorized

กลุ่มชาวพุทธฯ เข้าพบกองปราบ ถอนแจ้งความ อ.เฉลิมชัย-ทนายเดชา และศิลปินวาด พระอุลตร้าแมน เชื่อทั้ง 4 คนนี้ตกเป็นเครื่องมือเท่านั้น พร้อมแจ้งความกลุ่มอื่นเพิ่ม! เชื่อมีรหัสลับในภาพบ่งบอกบางอย่าง เมื่อเวลา 10.45 น. วันที่ 16 ก.ย. ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) นายจรูญ วรรณกสิณานนท์ และนายพงศ์นรินทร์ อมรรัตนา พร้อมกลุ่มชาวพุทธพลังแผ่นดิน เดินทางเข้าพบ ร.ต.อ.สุนทร ทองมณี รองสารวัตร(สอบสวน) กก.3 บก.ป. เพื่อถอนแจ้งความกลุ่มบุคคลที่เกี่ยวข้องกับภาพวาดพระพุทธรูปอุลตร้าแมน ซึ่งเคยแจ้งความดำเนินคดี 5 คน ประกอบด้วย นักศึกษาที่วาดภาพ, นายวีรยุทธ (ไม่ทราบนามสกุล) อาจารย์ที่ปรึกษาของนักศึกษา, น.ส.ปพิชญา ณ นครพนม ผอ.ห้างเทอมินอล 21 จ.นครราชสีมา, นายเฉลิมชัยโฆษิตพิพัฒน์ ศิลปินชื่อดังที่ออกมาสนับสนุนว่า เป็นความคิดสร้างสรรค์ และ นายเดชา กิติวิทยานันท์ ทนายความ ที่เคยเปิดเผยสู่สาธารณชนว่ากระกระทำดังกล่าวไม่เป็นความผิด โดยแจ้งความดำเนินคดีฐานความผิดตามประมวลกฎหมายรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักร 2560 มาตรา 67 ว่ารัฐพึงอุปถัมภ์และคุ้มครองพระพุทธศาสนา เมื่อวันที่ 11 ก.ย.ที่ผ่านมา...
ยูโอบีไล่ออกแล้ว สาวแบงก์ขโมยเงินลูกค้า แจ้งความดำเนินคดีซ้ำ หลังถูกแอบถ่ายคลิป ก่อนประจานว่อนโซเชียล ธนาคารจะชดเชยค่าเสียหายแก่ลูกค้าเจ้าของบัญชี สาวแบงก์ขโมยเงินลูกค้า จากกรณีที่มีการแชร์ในโลกออนไลน์ผ่านเพจ “โย คณากร คนปั้นข่าว” ได้โพสต์คลิปพนักงานธนาคารแห่งหนึ่ง โดยระบุพิกัดว่าอยู่ย่านพหลโยธิน กม.26 ซึ่งเป็นคลิปที่พนักงานรายหนึ่งเห็นพฤติกรรมขอเพื่อนพนักงาน ที่แอบหยิบเงินของลูกค้าไปอย่างต่อเนื่อง โดยระบุว่า “พนักงานคนดังกล่าวในคลิป ทำพฤติกรรมลักษณะนี้มานานหลายปี เนื่องจากเป็นลูกค้ารายใหญ่ของสาขานี้ที่ไว้ใจมานาน นำเงินมาฝากธนาคารทุกวันกับพนักงานคนดังกล่าว ซึ่งด้วยความที่ไว้ใจพนักงาน เจ้าของจึงไม่ได้นับเงิน มาถึงก็จะนำเงินมาวางไว้แล้วก็ไป ความคืบหน้าล่าสุดวันที่ 15 ก.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ฝ่ายสื่อสารองค์กรธนาคารยูโอบี ซึ่งเป็นธนาคารต้นเรื่องที่เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวได้ออกคำชี้แจงว่า จากกรณีที่มีข่าวเกี่ยวกับพนักงานธนาคารที่มีพฤติกรรมส่อทุจริต ธนาคารใคร่ขออภัยในความไม่สะดวกที่เกิดขึ้น จากการตรวจสอบโดยกระบวนการปฏิบัติงานของธนาคารโดยละเอียด พบว่าพนักงานผู้นี้กระทำความผิดจริง “ธนาคารมุ่งหวังให้พนักงานทุกคนปฏิบัติงานด้วยความซื่อสัตย์และเป็นมืออาชีพภายใต้มาตรฐานสูงสุดที่พึงปฏิบัติ โดยจะไม่ประณีประนอมต่อพฤติกรรมที่ขัดต่อจรรยาบรรณในการทำงาน นั่นหมายถึงการยุติการจ้างงาน และดำเนินการตามข้อกำหนดและระเบียบปฏิบัติของธนาคารต่อไป” ขอขอบคุณที่มา ข่าวสด
น้ำตาเด็กชายไหลพราก ดีใจได้พบพ่อ ถูกศก.บีบให้ต้องห่างกัน เซาท์ไชนา มอร์นิง โพสต์ รายงานคลิปที่เล่าเรื่องราวเศร้าซึ้งของเด็กจีนที่ถูกทิ้งไว้ข้างหลังคนหนึ่ง มีชื่อว่า เหยา กว๋อฉี เด็กชายมีความฝันว่าจะได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตากับพ่อแม่ หลังจากผู้ปกครองทั้งสองต้องทิ้งบ้านไปทำงานในเมืองมา 6 ปีแล้ว กระทั่งเมื่อได้พบพ่อที่ต้องอยู่ห่างไกลกันเป็นพันกิโลฯ น้ำตาแห่งความคิดถึงก็ไหลพรากออกมา เหยาเล่าทั้งน้ำตาว่าถ้าแข่งขันบาสเกตบอลได้ พ่อกับแม่จะกลับมาเมืองลาซา เขตปกครองตนเองทิเบต ที่อยู่ห่างจากเขาหลายพันกิโลเมตรเพื่อมาชมเขาลงแข่ง ดังนั้น เขาจึงต้องฝีกหนักเพื่อลงแข่งขันให้ได้และที่สำคัญ คือ จะได้อยู่กับพ่อแม่นานขึ้น สิ่งที่หนุ่มน้อยอายุ 12 ปี ต้องการมากที่สุด คือ ได้อยู่กับพ่อแม่ หลังจากพ่อและแม่จากไปขณะที่เขามีอายุได้ 6 ปี เพราะต้องไปทำงานที่ลาซาโดยพ่อทำอาชีพคนงานก่อสร้าง ส่วนแม่เป็นแม่ครัว ซึ่งจะได้เจอหน้าพ่อแม่เพียงปีละ 1-2 ครั้งเท่านั้น ตลอด 6 ปีที่ผ่านมา เขาต้องเลี้ยงดูตัวเอง หาซื้อกับข้าวมาทำอาหารกินเอง ครูบอกว่าเหยาเคยเป็นนักเรียนหัวรั้นและพูดจาไม่ดีกับครูในห้องเรียน แต่ครูวิชาพลศึกษาสังเกตว่าเหยามีบุคลิกที่ต่างออกไปเวลาอยู่ในสนามบาส เขายิ้มและพูดคุยเพื่อนๆ ไม่เหมือนเวลาอยู่ในห้องเรียนที่ดูซึมเซา ครูจึงพยามยามส่งเสริมให้เขาเปลี่ยนไปในทางที่ดีและคัดเลือกเหยาเข้าทีมบาสของโรงเรียน เมื่อถึงเวลาซ้อมบาส เหยาเป็นนักเรียนคนแรกที่มาถึงสนามและกลับเป็นคนสุดท้าย หลังจากครูปรับลีลาการเล่นบาสให้ เหยาก็ฉายแววเป็นนักบาสที่ทรงพลังและมีความอดทนสูง หลังจากนั้น 1 เดือน เหยาลงแข่งบาสครั้งแรก และที่น่าดีใจที่สุด คือ พ่อมาชมการแข่งขันเพื่อให้กำลังใจ เมื่อจบการแข่งขัน สองพ่อลูกกอดกันและร้องไห้ พ่อบอกว่าอาจต้องทำงานไกล แต่ด้วยความเป็นพ่อจึงเป็นห่วงลูกมาก โดยเฉพาะเมื่อลูกต้องอยู่บ้านคนเดียวและเกรงว่าลูกจะกลัวหรือนอนไม่หลับตอนกลางคืน แต่ไม่มีทางเลือกจึงต้องทิ้งลูกตามลำพัง พร้อมกับบอกข่าวดีว่าแม่จะกลับมาปีหน้าเพื่อมาดูแลลูก ขณะเช็ดน้ำตาให้ลูกชาย รายงานก่อนหน้านี้...
เมื่อวันที่ 14 ก.ย. 2562 เจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิร่วมกตัญญู จ.อ่างทอง รับแจ้งเหตุมีรถกระบะตกลงไปในคลอง เส้นถนนคูเมือง - ทองเลื่อน อ.แสวงหา หลังรับแจ้งพร้อมด้วยชุดปะดาน้ำ รุดตรวจสอบที่เดิดเหตุ ที่เกิดเหตุพบรถกระบะสีส้ม ด้านข้างเขียนว่า KERRY ทะเบียน 2 ณฐ 6697 กรุงเทพมหานคร อยู่ในคลองครึ่งคัน ที่บ้านทองเลื่อน ต.แสวงหา อ.แสวงหา จ.อ่างทอง ส่วนคนขับว่ายน้ำออกมาได้ เจ้าหน้าที่กู้ภัยชุดปะดาน้ำ ได้ดำน้ำนำเชือกสลิงผูกติดกับห่วงเหล็กใต้ท้องรถกระบะ เพื่อลากขึ้นมาบนริมถนน จากนั้นใช้เวลาไม่นานสามารถนำรถขึ้นมาได้ ภาพจาก มูลนิธิร่วมกตัญญู จ.อ่างทอง ฐานแสวงหา จากการสอบถาม พนักงานขับรถ ได้เล่าว่า ตนกำลังนำพัสดุไปส่งให้กับผู้รับใน อ.แสวงหา ระหว่างขับรถอยู่นั้นซึ่งเป็นทางโค้ง ตนได้ก้มลงมองชื่อที่อยู่ผู้รับหน้ากล่องพัสดุ หลังจากเงยหน้าขึ้นมาพบว่ารถกำลังจะหลุดโค้งออกไปทางซ้าย ตนจึงได้หักพวงมาลัยมาทางขวาอย่างแรง จนเสียหลักตกลงไปในคลองดังกล่าว ภาพจาก มูลนิธิร่วมกตัญญู จ.อ่างทอง ฐานแสวงหา ภาพจาก มูลนิธิร่วมกตัญญู จ.อ่างทอง ฐานแสวงหา ขอบคุณ มูลนิธิร่วมกตัญญู จ.อ่างทอง ฐานแสวงหา นสพใต้สันติสุข
จากกรณีพบศพ น.ส.ปริศนา หรือน้องแต อายุ 18 ปี สภาพเปลือยท่อนล่าง สวมชุดนอนจมน้ำในป่ากก ภายในซอยสุวินทวงศ์ 24 โดยผู้ก่อเหตุคือนายยุติพงษ์ สุขเจริญ หรือ ด้อล อายุ 22 ปี ซึ่งเป็นเพื่อนกับสามีผู้ตาย ส่วนประเด็นการข่มขืน ต้องรอการชันสูตรนั้น เกี่ยวกับเรื่องนี้ วันที่ 13 กันยายน 2562 มีรายงานว่า จากการสอบสวน นายยุติพงษ์ ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าเป็นคนลงมือฆ่าผู้ตาย โดยกระทำการเพียงคนเดียว เริ่มจากออกอุบายลวงผู้ตายว่าให้ไปรับสามี หลังจากผู้ตายซ้อนท้ายมาด้วย จึงขับรถจักรยานยนต์เลี้ยวเข้าไปภายในซอยที่เกิดเหตุ หลังจากนั้นจึงเริ่มลงมือก่อเหตุข่มขืน ลากผู้ตายเข้าไปภายในพงหญ้าข้างทางจนสำเร็จความใคร่ ก่อนจะกลัวความผิดจึงบีบคอและจับหัวผู้ตายกดน้ำจนเสียชีวิต ล่าสุด วันที่ 14 กันยายน 2562 มีรายงานว่า ตำรวจ สน.มีนบุรี ได้คุมตัว นายยุติพงษ์ ออกมาจากโรงพยาบาลนพรัตน์ หลังเข้ารักษาตัวกรณีถูกรุมประชาทัณฑ์ มาฝากขังที่ศาลมีนบุรี ในข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ปิดซ่อนเร้นอำพรางศพ เสพยาเสพติด และเตรียมตั้งข้อหาข่มขืนแล้วฆ่า ทั้งนี้ต้องรอผลทางแพทย์ก่อน รายงานระบุว่า นายยุติพงษ์ อยู่ในสภาพ อิดโรย หน้าตาเขียวช้ำ บวมปูด เดินขากระเผลกขณะถูกคุมตัวไปฝากขัง ในท้ายคำร้อง...
แค้นเรียกผู้ปกครอง! ม.2 โพสต์ขู่ดักตื้บ ครูสาว บุกห้องพังโน๊ตบุ๊ก อาจารย์ขอย้ายหนี ผู้สื่อข่าวรายงานรับแจ้งจากงผู้ปกครองเด็กนักเรียนจากโรงเรียนชัยบาดาลพิทยาคม อ.ชัยบาดาล ลพบุรี ว่ามีครูสาววัย 34 ปี เป็นครูประจำชั้นม.2 ถูกนักเรียนชายโพสต์เฟซบุ๊กข่มขู่จะทำร้าย จนไม่กล้ามาสอนหนังสือที่โรงเรียน ผู้สื่อข่าวจึงได้เดินทางไปตรวจสอบ ก่อนพบน.ส.เมธาวรรณ แขมคำ รองผอ.ปฎิบัติหน้าที่แทนผอ.โรงเรียนชัยบาดาลพิทยาคม โดยทราบเรื่องราวทั้งหมดว่า ครูคนดังกล่าวทราบว่านักเรียนชายในห้องแอบหนีเรียนเป็นประจำ โดยก่อนหน้านี้เคยเรียกตัวมาว่ากล่าวตักเตือนหลายครั้งแล้ว แต่ก็ยังไม่ปฎิบัติตาม จนครูสาวนำเรื่องขาดเรียนและหนีเรียนไปแจ้งให้ผู้ปกครอง หลังจากผู้ปกครองมาถึงก็ได้ดุด่าและตีนักเรียนชายต่อหน้าครูและเพื่อนๆ นักเรียน ทำให้อาจเกิดความไม่พอใจครูสาว ก่อนนักเรียนคนดังกล่าวโพสต์เฟซบุ๊กข่มขู่อย่างต่อเนื่องและยังท้าทายกระทำความผิดอีก จึงถูกครูสาวต่อว่า และยิ่งสร้างความไม่พอใจ เมื่อครูไปสอนหนังสือห้องอื่น นักเรียนคนนี้ก็ย่องเข้ามาทำลายโน้ตบุ๊กที่วางอยู่ในห้องพักครูได้รับความเสียหาย โดยได้ไปแจ้งความไว้ที่สภ.ม่วงค่อม อ.ชัยบาดาล ครูสาวเปิดใจว่า ตอนนี้หวาดกลัว ระแวงจะถูกดักทำร้ายตามคำขู่ เนื่องจากต้องขึ้นรถประจำทางไปกลับจากโรงเรียนเข้ามาในตัวจ.ลพบุรี โดยเฉพาะในช่วงเย็นจะไม่ค่อยมีใครอยู่ และต้องยืนรอรถริมถนนคนเดียว ทำให้อาจถูกทำร้ายได้ เนื่องจากนักเรียนคนนี้มีพวกเพื่อนๆ ที่เป็นรุ่นพี่ในละแวกบ้านจำนวนมาก จึงเขียนคำร้องขอย้ายไปสอนที่อื่น และขอให้โรงเรียนช่วยเซ็นคำร้องให้ด้วย เนื่องจากหลังจากที่เกิดเหตุกินไม่ได้นอนไม่หลับหวาดผวา ซึ่งมารดาและญาติๆ ครอบครัวของตนก็เป็นห่วงเกรงจะได้รับอันตราย น.ส.เมธาวรรณ กล่าวว่า สำหรับในเรื่องดังกล่าว ได้ทำเรื่องรายงานให้กับทางสพม.5 รวมทั้งจะได้ประสานในเรื่องการขอย้ายไปสอนที่สถานศึกษาอื่นให้ด้วย เพราะเห็นใจ โดยในเบื้องต้นจะเปลี่ยนครูประจำชั้นให้ก่อน เพราะจะได้ลดความกดดันให้กับครู รวมทั้งในช่วงเย็นจะให้รปภ.คอยอยู่เป็นเพื่อนในช่วงก่อนขึ้นรถกลับบ้านพัก ขอขอบคุณที่มา ข่าวสด
กู้ภัยจอดพักเรือ เตรียมช่วยชาวบ้าน เช้ามาเจอแบตถูกขโมยหายไป จากสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ จ.อุบลราชธานี มีปริมาณน้ำล้นตลิ่งตามลำน้ำสาขาของแม่น้ำมูล ลำน้ำชี ไหลท่วมพื้นที่เกษตรและเส้นทางคมนาคมเชื่อมระหว่างหมู่บ้านเข้าสู่ตัวอำเภอหลายแห่ง ทำให้บ้านเรือนประชาชน พื้นที่เกษตรกรรม สิ่งสาธารณประโยชน์เสียหาย หมู่บ้านราษฏรได้รับความเดือดร้อน ซึ่งเจ้าหน้าที่ต้องนำเรือเข้าให้การช่วยเหลือ และลำเลียงชาวบ้านที่ติดอยู่ตามจุดต่างๆ ล่าสุดในโลกออนไลน์ได้มีการแชร์เรื่องราวที่ไม่ควรเกิดขึ้น เมื่อเจ้าหน้าที่กู้ภัยบัวเพชรจอดเรือไว้ที่วัดบูรพา เพื่อเตรียมช่วยเหลือในวันถัดไป แต่ทว่าเมื่อถึงเวลาออกปฏิบัติภารกิจช่วยเหลือชาวบ้าน กลับพบว่าแบตเตอรี่ของเรือที่จำเป็นต้องใช้สตาร์ทนั้นถูกขโมยหายไป จึงอยากวอนขอให้ผู้ก่อเหตุนั้นนำกลับมาคืน แบตถูกขโมยหายไป ใครเอาไปโปรดนำมาคืน โพสต์ดังกล่าว ขอขอบคุณที่มา  viralsfeedpro
ไทด์ เอกพันธ์ ฝ่าน้ำ ถวายของพระ หลังน้ำท่วมอุบลฯ จู่ๆเกิดสิ่งอัศจรรย์ จากการเกิดพายุโพดุลที่ส่งผลให้เกิดฝนตกหนักอย่างต่อเนื่อง จนทำให้ภาคอีสานของประเทศไทยโดนผลกระทบไปเต็มๆ ซึ่งในบางพื้นที่ถึงกับพังเสียหายจนต้องสร้างใหม่ ซึ้งจัวหวัดที่ไดรับผลกระทบมากที่สุดก็คือ จังหวัดอุบลราชธานี และต่างช่วยกันส่งกำลังใจไปให้พี่น้องชาวอุบลฯ ที่ตอนนี้ประสบกับปัญหาน้ำท่วมสูงอย่างต่อเนื่อง เลยจ้า น้ำท่วมสูง สู้ๆเด้อพี่น้อง ล่าสุดมีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Ake Srisuwan ได้มีการโพสต์เรื่องราว จากเหตุการณ์ช่วยเหลือน้ำท่วม โดยข้อความระบุว่า สุดอัศจรรย์เกิดฝนตกหหนักมากขณะที่ทีมRKUล่องเรือแจกถุงยังชีพให้กับผู้ประสพอุทกภัยมาถึง ที่วัดกุดชุมในตำบลหนองกินเพล อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี ได้เกิดฝนตกลงมาอย่างหนัก ทีมRKU.ที่นำโดยดารา2 พี่ไทด์เอกพัน จึงนำสิ่งของขึ้นไปถวายให้กับหลวงพ่อ ที่หนีน้ำขึ้นมาจำวัดอยู่บนศาลาหลังเก่า พอถวายของหลวงตาเสร็จ เกิดฟ้าเปิดฝนหยุดตกทันที และให้ทีมงานRKU สามารถเดินทางไปแจกสิ่งของให้กับผู้ประสพภัยจนครบทั้งหมู่ ทุกคนต่าง สาธุกันดังๆ โพสต์ดังกล่าว ช่วยเหลือพี่น้อง ภาพจาก Ake Srisuwan ภาพจาก Ake Srisuwan ภาพจาก Ake Srisuwan
ไฟไหม้สลด 3ชีวิต พ่อแม่ลูก2เดือน ดับทุรนคากองเพลิง ศพผัวเมียกอดกันแน่น 6ขวบโคม่า วันที่ 15 ก.ย. ผู้สื่อข่าวงรายงานว่า เมื่อช่วงกลางดึกของวานนี้ เวลาประมาณ 22.00 น. พ.ต.อ.ฤกษ์ชัย แสงสว่าง ผกก.สภ.สันป่าตอง ร.ต.อ.สมชาย ปันทะนันท์ รองสว.(สอบสวน) สภ.สันป่าตอง พร้อมกำลัง รถดับเพลิงเทศบาลตำบลยุหว่า แพทย์พยาบาล ร.พ.สันป่าตอง กู้ภัยสันป่าตอง รุดเข้าให้การช่วยเหลือเหตุเพลิงไหม้ บ้านเลขที่ 174 หมู่ที่ 13 บ้านหนองพันเงิน ต.ยุหว่า อ.สันป่าตอง มีคนติดอยู่ภายในบ้าน ที่เกิดเหตุ พบว่าเพลิงกำลังลุกไหม้บ้านไม้ชั้นครึ่งอย่างรุนแรง มีชาวบ้านที่อาศัยอยู่ใกล้เคียงช่วยกันดับไฟ และช่วยเหลือผู้บาดเจ็บถูกไฟลวกออกมาได้ 1 คน ชื่อ ด.ช.มานะศิริ ศาตมัย อายุ 6 ปี เจ้าหน้าที่รีบนำตัวส่งร.พ.สันป่าตอง และยังมีคนติดอยู่ข้างในห้องน้ำอีกจำนวน 3 คน เป็นพ่อแม่และลูกชายวัย 2 เดือน ไม่สามารถจะเข้าช่วยเหลือได้ เนื่องจากไฟโหมลุกไหม้อย่างหนัก เจ้าหน้าที่เร่งระดมฉีดน้ำดับเพลิง ใช้นานกว่า 1 ชั่วโมง จึงสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ จากการตรวจสอบพบ...
สุดยื้อ!! ฮีโร่กู้ภัย เสียสละ ช่วยน้ำท่วม อุบลฯ จากไปอย่างสงบ วันที่ 15 ก.ย. โลกโซเชียลมีการแชร์ภาพของ นายดำรงศักดิ์​ เจียดประโคน เจ้าหน้าที่กู้ภัยสว่างจรรยาธรรมจังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่กู้ภัยที่เข้าไปช่วยเหลือ พี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์น้ำท่วมอย่างหนัก ที่จ.อุบลราชธานี จนล้มป่วยและเสียชีวิตลง จนมีชาวเน็ตจำนวนมากเข้ามาแสดงความอาลัยต่อการจากไปของนายดำรงศักดิ์ โดยเพจ มีอะไรบอกด้วย อุบลราชธานี ได้โพสต์ภาพพร้อมข้อความระบุว่า #ขอแสดงความเสียใจด้วยครับ คุณดำรงศักดิ์​ เจียดประโคน จรรยา​ 802 #ได้ไปช่วยภาระกิจน้ำท่วมที่จังหวัดอุบล เมื่ออาทิตย์​ที่แล้ว​ และกลับมาได้มีอาการป่วย​ ไข้​ และหมอได้ตรวจ​ พบว่ามีอาการปอดติดเชื้อ​ และไข้​สูง​ หลังจากนั้นมีอาการหนักขึ้นเรื่อย​ และมีอาการติดเชื้อในกระแสเลือด​ตามมา​ และในที่สุดทีมแพทย์ก็ไม่สามารถยื้อชีวิตไว้ได้​ ไ​ด้​จากไปอย่าสงบเมื่อเช้านี้เวลา​ 05.20 ทำให้ทางสว่างจรรยาธรรมจังหวัดบุรีรัมย์ ได้สูญเสียบุคลากรที่ดีและด้านสังคมไปคนหนึ่ง ดีใจที่ได้ร่วมงานกับนาย สู่สุคติภพ หลับให้สบาย

Don't miss

Most popular

Recent posts