Loading...

ข่าว

โรคเบาหวาน เป็นอีกหนึ่งโรคที่คนไทยป่วยเยอะมากๆ ซึ่งสาเหตุหลักๆก็คือการกินอาหารที่มีรสหวาน รวมไปถึงแป้งต่างๆจึงทำให้มีความเสี่ยงมากยิ่งขึ้นหากคนในครอบครัวมีประวัติเคยเป็นโรคเบาหวานมาก่อน ซึ่งโรคเบาหวานนั้นเป็นโรคเรื้อรัง ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ อ่านแล้วก็อย่าเพิ่งท้อใจไป เพราะถึงแม้จะไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่เราสามารถอยู่ร่วมโรคบนโลกนี้ได้อย่างมีความสุข ตราบใดที่เรายังสามารถคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้อยู่ตามเกณฑ์ ย้ำว่า…สามารถดำรงชีวิตได้อย่างมีความสุข เหมือนคนธรรมดาทั่วไปที่ไม่เป็นโรคเลย ถ้าสามารถคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้อยู่ตามเกณฑ์ นี่คือเป้าหมายที่สำคัญค่ะ ผู้ป่วยบางคนขาดความเข้าใจถึงความร้ายแรง หรือผลเสียของโรค ทำให้ละเลยการปฏิบัติดูแลตนเอง สำหรับใครที่สนใจจะรับประทานสมุนไพรเพื่อรักษาเบาหวาน ก็ขอแนะนำว่าสมุนไพรเหล่านี้เป็นเพียงทางเลือกเสริม โดยเฉพาะในคนที่รับประทานยาแผนปัจจุบันแล้วยังไม่สามารถลดระดับน้ำตาลในเลือดให้ลงมาอยู่ในค่าเป้าหมายได้ การติดตามผลน้ำตาลและโรคแทรกซ้อน โดยการไปพบแพทย์ตามนัดสม่ำเสมอก็ยังเป็นสิ่งที่สำคัญและจำเป็น รวมถึงการแจ้งแพทย์เกี่ยวกับสมุนไพรที่เราเลือกใช้เสริมเข้ามา เพราะแพทย์จะได้พิจารณาปรับยาให้ผู้ป่วยให้ได้อย่างเหมาะสม 4 ผักพิฆาตน้ำตาล เป็นผักที่มีงานวิจัยสนับสนุนว่าช่วยในการลดน้ำตาลได้ จึงมีส่วนช่วยในการควบคุมน้ำตาลในเลือดของผู้ป่วยเบาหวานควบคู่กับการรักษาด้วยยาแผนปัจจุบัน นอกจากนี้ ยังเป็นพืชผักที่รับประทานกันอยู่แล้ว หาได้ง่าย และมีความปลอดภัยสูง โดยผู้ป่วยอาจเลือกใช้ผักเหล่านี้ชนิดใดชนิดหนึ่ง โดยอาจใช้สลับเปลี่ยนหมุนเวียนกันไป ในคนที่คุมน้ำตาลได้ดีอยู่แล้วด้วยยาของแพทย์ อาจรับประทานเพียงเล็กน้อย เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำตาลในเลือดตกมากเกินไป มะระขี้นก มีผลกระตุ้นการหลั่งอินซูลิน ยับยั้งการสร้างกลูโคส ทำให้มีผลลดน้ำตาลในเลือดได้ วิธีใช้คือ คั้นน้ำจากผลสดมื้อละ 2-3 ผล โดยเอาเมล็ดในออก ใส่น้ำลงไปเล็กน้อย ปั่นคั้นเอาแต่น้ำดื่ม 3 เวลา ก่อนอาหาร หรือนำเนื้อมะระผลเล็ก (มีตัวยามาก) ผ่านำเมล็ดออก หั่นเนื้อมะระเป็นชิ้นเล็กๆ ตากแดดให้แห้ง แล้วนำมาชงกับน้ำเดือด (มะระ 1-2 ชิ้น ต่อน้ำ 1 ถ้วย) ดื่มเป็นน้ำชา...
น้องๆ ทั้งหญิงและชายที่ใฝ่ฝันอยากเป็นข้าราชการทหาร โดยทั่วไปสำหรับผู้ชายนั้นอาจมีเส้นทางที่ง่ายกว่าน้องๆ ผู้หญิง วันนี้เราจึงนำข้อมูลของการเตรียมตัวสำหรับน้องๆ ผู้หญิงที่อยากสอบเข้ารับราชทหารหญิงประจำ 4 เหล่าทัพ มาฝากกัน เรียนจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 น้องๆ สามารถใช้วุฒิ ม.3 สมัครสอบบรรจุได้ในตำแหน่งที่เปิดรับ โดยสามารถทำการตรวจสอบรายละเอียด จากระเบียบการต่างๆ ของแต่ละเหล่าทัพ ได้ตามหน่วยงานราชการที่เปิดสอบ ไม่ว่าจะเป็น กองบัญชาการกองทัพไทย กองทัพบก กองทัพเรือ หรือกองทัพอากาศ เมื่อสอบได้ก็จะมีการอบรม และติดยศนายสิบ (จ่าตรี หรือจ่าอากาศตรี ขึ้นอยู่กับแต่ละเหล่าทัพ) เรียนจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 หรือ จบ ปวช. หรือ ปวส. น้องๆ สามารถใช้วุฒิตามที่เรียนมาได้เลยในการสมัครสอบเข้าบรรจุ โดยสามารถทำการตรวจสอบรายละเอียดจากระเบียบการต่างๆ ของแต่ละเหล่าทัพ ซึ่งเป็นการสอบโดยตรงกับ กองบัญชาการกองทัพไทย กองทัพบก กองทัพเรือ หรือกองทัพอากาศ เมื่อสอบได้ก็จะมีการอบรม และติดยศนายสิบ (จ่าตรี หรือจ่าอากาศตรี ขึ้นอยู่กับแต่ละเหล่าทัพ) เรียนจบในระดับปริญญาตรี น้องๆ สามารถใช้วุฒิตามที่เรียนมาได้เลยในการสมัครสอบเข้าบรรจุ ซึ่งตำแหน่งที่เปิดรับอาจจะระบุคุณวุฒิการศึกษา ที่ทางหน่วยราชการต้องการ หรือในบางตำแหน่งอาจจะไม่ได้ระบุ โดยตรงกับกองบัญชาการกองทัพไทย กองทัพบก กองทัพเรือ หรือกองทัพอากาศ เมื่อสอบได้ก็จะมีการอบรม และติดยศร้อยตรี (เรือตรี หรือเรืออากาศตรี ขึ้นอยู่กับแต่ละเหล่าทัพ) เปิดเส้นทางการสอบเข้า...
เตือนภัยคนไทยไปต่างประเทศติดคุกเพราะ ซิมมือถือ สำนักแรงงาน กรุงมะนิลา (กรุงไทเป) เผยแพร่บทความระบุว่า แรงงานไทยที่เดินทางมาทำงานที่ไต้หวัน ต้องประสบภัยรูปแบบใหม่ ถูกพนักงานบริษัทจัดหางานของไทย หลอกให้เซ็นชื่อในแบบฟอร์มยื่นขอเปิดซิมการ์ดมือถือ ส่งผลให้แรงงานไทยไม่ต่ำกว่า 200 คน หลังจากเดินทางเข้าสู่ไต้หวันได้ไม่นาน ก็ตกเป็นผู้ต้องหา ถูกตำรวจออกหมายเรียกไปสอบปากคำ ข้อหาขู่กรรโชกทรัพย์ หรือหลอกลวงต้มตุ๋นชาวไต้หวัน ทั้งๆ ที่พูดภาษาจีนไม่ได้สักคำ บางคนยังไม่ทันจะเดินทางเข้าไต้หวัน ก็ตกเป็นผู้ต้องหาเสียแล้ว หลายคนไม่รู้ว่า ทำไมตนถึงไปพัวพันกับคดีอาชญากรรมได้ ทั้งที่ไม่เคยไปซื้อหาหรือขอเปิดซิมกับค่ายมือถือใด แต่จากบริษัทจัดหางานไทยที่ไม่ประสงค์จะเปิดเผยนามกล่าวว่า มีพนักงานบริษัทจัดหางานไทยบางบริษัท นำแบบฟอร์มยื่นขอเปิดซิม ของค่ายมือถือในไต้หวัน ซึ่งมีตัวแทนอยู่ในประเทศไทย ไปหลอกให้คนงานเซ็น โดยนำไปปะปนกับเอกสารการเดินทางไปทำงานที่ไต้หวัน จากนั้นก็ยื่นขอเปิดซิมต่อค่ายโทรศัพท์มือถือ แล้วนำซิมการ์ดเหล่านี้ไปขายต่อให้แก๊งมิจฉาชีพในไต้หวันนำไปก่อคดี ในราคา 3,000-5,000 เหรียญ ต่อ 1 เบอร์ เมื่อตำรวจดักจับสัญญาณมือถือของแก๊งมิจฉาชีพได้ พบเจ้าของเบอร์มือถือเป็นคนงานไทย จะออกหมายเรียกให้ไปสอบปากคำ ฐานเป็นผู้ต้องหาต้มตุ๋น คนงานไทยบางคนได้รับหลายใบ ต้องขอให้ล่ามพาไปให้ปากคำที่สถานีตำรวจหลายท้องที่ ทำให้วิตกกังวล ถึงขั้นกินไม่ได้นอนไม่หลับ แม้ว่าสุดที่ท้ายคนงานไทยที่ตกเป็นเหยื่อเหล่านี้ ส่วนใหญ่จะไม่ถูกสั่งฟ้อง แต่กว่าคดีจะสิ้นสุด ก็ต้องเสียเวลาทำงาน และเสียสุขภาพจิตเป็นปี ขณะที่บางคนโชคร้าย ให้การกลับไปกลับมา ถูกพิพากษาจำคุก ต้องไปรับโทษในคดีที่ตนไม่ได้ก่อขึ้น จากสถิติของสำนักงานแรงงานไทย ตั้งแต่ปี 2550 เป็นต้นมาพบว่า มีแรงงานไทยที่ได้รับหมายเรียกไปให้ปากคำแล้วร่วม 300 คน ทั้งหมดถูกตั้งข้อหาเป็นเจ้าของเบอร์มือถือจากค่ายจงหัวเทเลคอม...
นายอนันต์ชัย อุทัยพัฒนาชีพ เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน ระบุว่า สำนักงานประกันสังคมได้จูงใจให้แรงงานภาคอิสระสามารถสมัครเป็นผู้ประกันตนมาตรา 40 ทางเลือก 3 (ทางเลือกใหม่) โดยผู้ประกันตนจ่ายเงินสมทบเดือนละ 300 บาท ได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้ กรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย กรณีนอนพักรักษาตัวในสถานพยาบาล วันละ 300 บาท กรณีไม่นอนพักรักษาตัวในสถานพยาบาล แต่มีใบรับรองแพทย์ให้หยุดพักรักษาตัว ตั้งแต่ 3 วันขึ้นไป ได้รับวันละ 200 บาท (สำหรับทางเลือกใหม่ กรณีนอนพักรักษาตัว กับไม่นอนพักรักษาตัว รวมกันไม่เกิน 90 วันต่อปี) อีกทั้งระยะเวลาการรับสิทธิกรณีทุพพลภาพเป็นตลอดชีวิต เพิ่มค่าทำศพเป็น 40,000 บาท เงินบำเหน็จชราภาพเป็นเดือนละ 150 บาท และหากส่งเงินครบ 180 เดือน ให้เงินเพิ่มอีก 10,000 บาท อีกทั้งเงินสงเคราะห์บุตรคนละ 200 บาท คราวละไม่เกิน 2 คน ตั้งแต่แรกเกิด แต่ไม่เกิน 6 ปีบริบูรณ์ โดยเปิดโอกาสให้แรงงานภาคอิสระที่สนใจสมัครเป็นผู้ประกันตนมาตรา 40 ได้ที่สำนักงานประกันสังคมกรุงเทพพื้นที่/จังหวัด/สาขา...
หน้าฝนชุ่มฉ่ำแบบนี้ ตามต่างจังหวัดอาจมีเหล่าชาวบ้านออกไปเก็บเห็ดมาทำอาหารกัน แต่เห็ดแสนอร่อยไม่ได้ทานได้ทุกชนิด คุณอาจจะเจอเห็ดมีพิษที่ทานแล้วเป็นโทษต่อร่างกายได้ บางคนอาจจะทราบว่าเห็ดที่มีพิษมักมาพร้อมกับสีสันที่ฉูดฉาดอย่างแดง ส้ม หรือเหลืองสด แต่ความจริงแล้วอาจไม่ได้เป็นเช่นนั้นเสมอไป เรามาทราบชนิดของเห็ดมีพิษที่เราควรหลีกเลี่ยงกันดีกว่าค่ะ เห็ดระโงกเหลืองก้านต้น เห็ดกระโดงตีนตัน เห็ดคล้ายเห็ดโคน เห็ดข่า เห็ดขี้ควาย เห็ดตอมกล้วยแห้ง เห็นระโงกหิน เห็ดไข่ เห็ดมันปูใหญ่ เห็ดดอกกระถิน เห็ดแดงก้านแดง เห็ดเผาะ (มีราก) เห็ดขี้วัว เห็ดไข่หงษ์ เห็ดโคนส้ม ** ข้อสังเกต : เห็ดที่มีลักษณะใกล้เคียงกันมาก - เห็ดไข่ ทานไม่ได้ แต่เห็ดไข่เหลือง ทานได้ - เห็ดระโงกหิน ทานไม่ได้ แต่เห็ดระโงกขาว ทานได้ - เห็ดมันปูใหญ่ ทานไม่ได้ แต่เห็ดมันปูใหญ่ ทานได้ - เห็ดเผาะที่มีราก ทานไม่ได้ แต่เห็ดเผาะที่ไม่มีราก ทานได้ - เห็ดโคน ทานได้ แต่มีเห็ดที่มีลักษณะคล้ายเห็ดโคน แต่ไม่ใช่เห็ดโคน ที่ทานไม่ได้ อาการเมื่อทานเห็ดมีพิษ คลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง ถ่ายอุจจาระเหลว หากมีอาการรุนแรงมาก การทำงานของตับ และไตอาจล้มเหลว จนถึงขั้นเสียชีวิตได้ วิธีปฐมพยาบาลเบื้องต้น หากทางเห็ดมีพิษเข้าไป พยายามทำให้ผู้ป่วยอาเจียนโดยการล้วงคอ หรือให้ทานไข่ขาว จากนั้นรีบพาผู้ป่วยส่งโรงพยาบาลให้เร็วที่สุด หากไม่แน่ใจว่าเห็ดที่เราได้มา...
เตือน!! ห้ามใช้ป้ายทะเบียนรถซีดจาง อาจเข้าข่ายใช้ทะเบียนชำรุด มีโทษปรับ 2,000 บาท ------------------------- กรณีป้ายทะเบียนรถยนต์หลายคันประสบปัญหาสีซีดจาง นายกมล บูรณพงศ์ รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก มั่นใจว่าป้ายทะเบียนที่ออกโดยกรมการขนส่งทางบก ไม่น่าจะเกิดปัญหาสีซีดจางได้ และยังไม่เคยได้รับเรื่องร้องเรียนดังกล่าว โดยตั้งข้อสังเกตว่าปัญหาป้ายทะเบียนสีซีดอาจเกิดจากการขัดล้างที่ไม่ถูกวิธี แต่หากเกิดจากคุณสมบัติของป้ายก็จะทำการสั่งให้มีการตรวจสอบคุณภาพแผ่นป้ายในหมวดที่มีปัญหาทั้งหมด เพื่อหาเหตุ เพราะที่ผ่านมาก็เคยเจอกับปัญหาป้ายทะเบียนแตกลายงามาแล้ว ทั้งนี้หากผู้ขับขี่รถคันใดพบว่าป้ายทะเบียนชำรุด หรือซีดจาง ผู้ขับขี่มีหน้าที่ต้องมาขอเปลี่ยนป้ายทะเบียนใหม่ที่กรมการขนส่งทางบก หากเพิกเฉยไม่ดำเนินการ มีความผิดตามกฎหมาย โทษปรับสูงถึง 2,000 บาท ข้อหาใช้ป้ายทะเบียนชำรุด เนื่องจากการใช้ป้ายทะเบียนชำรุดจะส่งผลกระทบต่องานการกำกับดูแลความปลอดภัยให้กับประชาชนที่ใช้รถใช้ถนน สำหรับผู้ขับขี่ที่พบว่าป้ายทะเบียนรถชำรุด สามารถขอป้ายทะเบียนใหม่ที่กรมการขนส่งทางบกได้ โดยรถยนต์ส่วนบุคคลจะเสียค่าคำขอ 5 บาท และจ่ายค่าป้ายทะเบียน 2 ชิ้น (หน้า-หลัง) แผ่นป้ายละ 100 บาท รวมเป็นค่าใช้จ่ายทั้งสิ้น 205 บาท, ส่วนรถจักรยานยนต์ จะเสียค่าใช้จ่ายค่าคำขอ 5 บาท และค่าป้ายทะเบียนจำนวน 1 แผ่น ราคา 100 บาท รวมเป็นค่าใช้จ่ายทั้งสิ้น 105 บาท Cr.CH7 ที่มา สำนักประชาสัมพันธ์เขต 7
กรดยูริกในเลือดที่สูง นอกจากจะเป็นปัจจัยเสี่ยงทำให้เกิดโรคเกาต์,โรคนิ่ว และโรคไตอักเสบแล้ว อาจมีผลต่อผู้ป่วยที่มีปัญหาหูอื้อ เสียงดังในหู และบ้านหมุนได้ โดยจะทำให้เส้นเลือดหดตัว เลือดไปเลี้ยงประสาทหูและอวัยวะทรงตัวได้น้อย จึงทำให้เกิดปัญหาเกี่ยวกับการได้ยินและการทรงตัวได้ กรดยูริกในร่างกาย เกิดจากการสร้างขึ้นในร่างกาย ประมาณร้อยละ 80 และมาจากอาหารที่รับประทานเข้าไป ร้อยละ 20 กรดยูริกนี้จะถูกขับออกจากร่างกายทางปัสสาวะ ประมาณร้อยละ 67 และทางอุจจาระประมาณร้อยละ 33 การที่มีกรดยูริกในเลือดสูง เกิดจากร่างกายมีการสร้างกรดยูริกมากกว่าปกติ หรือรับประทานอาหารที่มีสาร “พิวรีน”สูง ซึ่งสารนี้จะเปลี่ยนเป็นกรดยูริกในเลือด ทำให้มีระดับกรดยูริกในเลือดสูงผิดปกติ ‘กรดยูริก’ คืออะไร ? ‘กรดยูริก’ เป็นสารที่เกิดขึ้นภายในร่างกายของเรา โดยสามารถสร้างขึ้นได้เองถึง 80% ส่วนอีก 20% นั้นจะนำเข้ามาจากการรับประทานอาหารที่ประกอบด้วยสารพิวรีน ซึ่งสารพิวรีนจะสามารถพบได้ในอาหารจำพวกสัตว์ปีก เครื่องในสัตว์ พืชผักบางชนิด และอาหารทะเลบางอย่าง หากร่างกายมี ‘กรดยูริก’ มากเกินไปจะส่งผลอย่างไร ? โดยปกติแล้ว ในร่างกายของเราจะขับส่วนที่เกินของกรดยูริกออกผ่านทางปัสสาวะ แต่ภายในร่างกายของบางคนจะไม่สามารถขับกรดยูริกออกไปได้หมด ทำให้เกิดการสะสมภายในร่างกาย โดยเฉพาะบริเวณกระดูก ผนังหลอดเลือด และไต (ไต เป็นอวัยวะที่ทำหน้าที่ฟอกเลือด + ขับกรดยูริกออกทางปัสสาวะ) ฉะนั้น เมื่อร่างกายขับกรดยูริกออกมาได้ไม่หมดก็จะทำให้เกิดเป็นตะกอน เกิดการสะสม เมื่อนานเข้าอาจทำให้เกิดโรคเกาต์ได้ ดังนั้นผู้ที่มีกรดยูริกในเลือดสูงผิดปกติ ควรงดอาหารที่มีสารพิวรีนสูง (ข้อ 1) และลดปริมาณอาหารที่มีสารพิวรีนปานกลาง...
แนะเด็กต่ำกว่า 5 ขวบ ไม่ควรใช้เวลาหน้าจอ นานเกิน 1 ชั่วโมง/วัน ต่ำกว่า 1 ขวบไม่ควรให้เล่นเลย!! ------- 📌📌 องค์การอนามัยโลกหรือ WHO ได้ออกแนวทางปฏิบัติสำหรับการใช้เวลากับหน้าจอ หรือ Screen Time ของเด็กเป็นครั้งแรก โดยระบุว่าเด็กที่อายุต่ำกว่า 5 ขวบไม่ควรมี Screen Time มากนัก และเด็กที่อายุต่ำกว่า 1 ขวบไม่ควรมี Screen Time เลย 📌📌 หน่วยงานด้านสุขภาพของสหประชาชาติกล่าวว่าเด็กอายุต่ำกว่า 5 ขวบไม่ควรใช้เวลาบนหน้าจอนานกว่า 1 ชั่วโมงในแต่ละวัน หรือถ้าน้อยกว่านั้นได้ยิ่งดี 👶🏻👶🏻 แนวทางปฏิบัติขององค์การอนามัยโลก แนะนำให้เด็กทารกที่อายุต่ำกว่า 18 เดือนหลีกเลี่ยงการใช้หน้าจอ นอกเหนือจากวิดีโอแชท และผู้ปกครองของเด็กที่อายุต่ำกว่า 2 ขวบ ควรเลือกโปรแกรมคุณภาพสูงที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาที่เด็กสามารถดูได้พร้อมกับผู้ปกครอง เพื่อช่วยให้เด็กเข้าใจสิ่งที่พวกเขากำลังดูอยู่ ✅✅ นอกจากนี้ยังมีคำแนะนำว่าทารกที่อายุน้อยกว่า 1 ขวบควรนอนคว่ำอย่างน้อยวันละครึ่งชั่วโมง และเด็กโตควรมีกิจกรรมเคลื่อนไหวร่างกายอย่างน้อยวันละ 3 ชั่วโมง #องค์การอนามัยโลก ขอบคุณ สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT/ นะเด็กต่ำกว่า 5 ขวบ ไม่ควรใช้เวลาหน้าจอ...
“ผีโพง” ตำนานและความเชื่อเรื่องผีล้านนา ผีโพง เป็นผีตามความเชื่อพื้นบ้านทางภาคเหนือ ผู้ที่เป็นผีโพงเกิดจากเล่นไสยศาสตร์แล้วควบคุมวิชาในตัวเองไม่ได้ หรือปลูกว่านชนิดหนึ่ง เรียกว่าว่านผีโพง ซึ่งมีสีขาว รสฉุนร้อน เมื่อแก่จะมีธาตุปรอทลงกิน ทำให้เกิดแสงส่องสว่างแบบแมงคาเรือง ผู้ที่เป็นผีโพง ในเวลากลางวันจะเป็นเหมือนผู้คนธรรมดา ๆ ทั่วไป แต่ตกกลางคืนจะกลายร่างเป็นผีโพง มีจุดเด่นคือ มีแสงสว่างหรือดวงไฟที่รูจมูก ออกหาของกิน ได้แก่ ของสกปรกคาว เช่น กบ, เขียด, ศพ หรือรกเด็กเกิดใหม่ เช่นเดียวกับผีกระสือ, ผีกระหัง หรือผีปอบ โดยปกติแล้ว ผีโพงจะไม่ทำร้ายมนุษย์ แต่ถ้าหากถูกคุกคามก็จะจู่โจมทำร้ายได้เช่นกัน หากมีผู้ใดไปทำอะไรให้ผีโพงไม่พอใจ ผีโพงจะใช้ก้านกล้วยที่ตัดใบออกหมดหรือคานคาบของแม่ม่ายพุ่งข้ามหลังคาบ้านผู้นั้น ซึ่งครอบครัวของผู้ที่โดนขว้างจะพบกับภัยพิบัติต่าง ๆ นานา ผีโพงจะตายได้ เมื่อมีผู้ไปพบปะกับผีโพงเข้าอย่างจัง และทักว่าผีโพงแท้จริงแล้วคือใคร หากผ่านพ้นมาได้หนึ่งวันแล้ว ผู้ที่เป็นผีโพงจะตาย ผีโพงสามารถถ่ายทอดให้แก่กันได้ ด้วยพ่นน้ำลายใส่หน้าหรือมีใครไปกินน้ำลายของผีโพงเข้า ที่มา หลงกรุง
สายตื๊ดระวัง!! รถเปิดเพลงเสียงดังทำให้ผู้อื่นเดือดร้อน มีโทษปรับ 1,000 บาท ------------------------- กรณีที่ขับรถเปิดเพลงส่งเสียงดัง ก่อให้เกิดความเดือดร้อนรำคาญแก่ประชาชน เป็นความผิดตามกฎหมายอาญา มาตรา 370 ผู้ที่ส่งเสียง หรือทำให้เกิดเสียง หรือกระทำความอื้ออึง โดยไม่มีเหตุผลอันสมควร จนทำให้ประชาชนตกใจหรือเดือดร้อน ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 1,000 บาท “ในกฎหมายไม่มีกำหนดว่า ต้องเปิดเพลงเสียงดังเท่าไรจึงจะถือว่ารบกวนคนอื่น แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่เสียงเพลงที่เปิดไปก่อความเดือดร้อนรำคาญให้แก่ผู้อื่น ก็เข้าข่ายตามกฎหมายอาญา หากมีคนโทรมาแจ้งเจ้าหน้าที่ก็จะเข้าไปดำเนินการ แต่หากไม่มีผู้แจ้งและเจ้าหน้าที่ไปพบเห็นก็สามารถดำเนินการตามกฎหมายอาญาได้เช่นกัน” ขณะที่ กฎหมายอีกฉบับที่เข้าข่าย คือ พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 43 ห้ามมิให้ผู้ขับขี่รถ (8) โดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยหรือความเดือดร้อนของผู้อื่น ส่วนบทลงโทษแก้ไขความเพิ่มเติม ใน พ.ร.บ.จราจรทางบก (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2535 มาตรา 30 ผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา 43 (8) ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับตั้งแต่ 2,000-10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ Cr.Thairath ที่มา สำนักประชาสัมพันธ์เขต 7

Don't miss

Most popular

Recent posts