Loading...

หอแก้วมุกดาหาร เป็นหอคอยสูงที่ทันสมัยแห่งหนึ่ง และเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ของจังหวัดมุกดาหาร มีความสูงจากระดับพื้นดินถึงระดับหอชมทัศนียภาพ 50 เมตร และถึงยอดลูกแก้วมุกดาหาร 15 เมตร รวมความสูงทั้งสิ้น 65.50 เมตร มีทั้งหมด 7 ชั้น

ฐานหอแก้วมุกดาหาร มีลักษณะเป็นอาคาร 2 ชั้น ทรง 9 เหลี่ยม เส้นผ่าศูนย์กลาง 40 เมตร มีทางขึ้น 3 ทาง

แกนหอคอย ตั้งแต่ชั้น 3-5 สูง 39.6 เมตร มีช่องลิฟต์และบันไดเวียนสำหรับอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนในการขึ้นชมทัศนียภาพโดยมีชานพักเป็นช่วงๆ เส้นผ่าศูนย์กลางตัวแกนหอคอย 6 เมตร เส้นผ่าศูนย์กลางช่องลิฟต์ 3 เมตร

ส่วนบนสุดจะเป็นหอชมทัศนียภาพโดยมีเส้นผ่าศูนย์กลาง 18 เมตร สามารถทัศนียภาพและวิวทิวทัศน์รอบตัวเมืองมุกดาหาร และแขวงสุวรรณเขต ประเทศลาว ส่วนลูกแก้วมุกดาหารมีลักษณะกลมสีขาวหมอกมัว ตรงกับ ลักษณะแก้วมุกดาหาร ซึ่งเป็นหนึ่งในนพรัตน์ 9 ประการในตำนานของไทย ภายในลูกแก้วมุดกาหาร เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปเนื้องเงินแท้บริสุทธิ์ผสมทองคำปางมารวิชัย หน้าตักกว้าง 50 ซ.ม. (20 นิ้ว) และพระพุทธรูปประจำวันเกิดต่าง ๆ ทั้ง 7 วัน เพื่อให้ประชาชนกราบไหว้ สักการบูชา

เป็นอีกหนึ่ง สถานที่ท่องเที่ยว ที่เป็นเหมือนสัญลักษณ์ของจังหวัดมุกดาหาร จึงทำให้เสน่ห์ของ หอแก้วมุกดาหาร ไม่เคยจางหายจากใจผู้มาเยือน ด้วยเพราะเอกลักษณ์อันทันสมัยของ หอแก้วมุกดาหาร ที่มีลักษณะเป็นหอคอยสูง ยอดด้านบนเป็นลูกแก้วขนาดใหญ่โดดเด่น และหากมองจากภายในซึ่งเป็นห้องโถงผนังกระจกใส จะทำให้มองเห็นภูมิทัศน์รอบเมืองมุกดาหาร และแม่น้ำโขง รวมถึงเมืองสะหวันนะเขต ฝั่งประเทศลาว ที่สวยงามมาก เรียกได้ว่า หอแก้วมุกดาหาร เป็นจุดชมวิวที่คุณหรือใคร ๆ ก็ไม่ควรพลาด หากมีโอกาสได้ไปเที่ยวที่ จ.มุกดาหาร

หอแก้วมุกดาหาร มีชื่อเต็มว่า “หอแก้วมุกดาหารเฉลิมพระเกียรติกาญจนาภิเษก” ตั้งอยู่ ริมถนนสายมุกดาหาร – ดอนตาล ห่างจากตัวเมืองมุกดาหาร ไปทางทิศใต้ประมาณ 2 กิโลเมตร จัดสร้างขึ้นเพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ในมหามงคลวโรกาสฉลองสิริราชสมบัติ ครบ 50 ปี บนพื้นที่ประมาณ 3 ไร่เศษ ซึ่งได้มาจากการบริจาคของ นายธีระชัย ฐานิตสรณ์ บุตรชายของนายย่ำเซ็ง แซ่ลิ้ม คหบดีแห่งเมืองมุกดาหาร

ทั้งนี้ หอแก้วมุกดาหาร ได้มีการทำพิธีวางศิลาฤกษ์พร้อมกับพิธีเททองหล่อพระพุทธนวมิ่งมงคลมุกดาหาร พระพุทธรูปประจำหอคอย เมื่อ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2538 ใช้เวลาก่อสร้างแล้วเสร็จประมาณ 1 ปี และเปิดให้เข้าชมอย่างเป็นทางการตั้งแต่ 18 กรกฎาคม พ.ศ.2539 เป็นต้นมา โดย หอแก้วมุกดาหาร เป็นหอคอยคอนกรีตที่มีความสูงทั้งสิ้น 65.50 เมตร หรือเทียบเท่ากับตึกสูง 22 ชั้น ภายในแบ่งพื้นที่ออกเป็น 12 ชั้น มีการจัดแสดงนิทรรศการเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ และศิลปวัฒนธรรมต่าง ๆ ที่น่าสนใจ ดังนี้

ส่วนบนสุดของ หอแก้วมุกดาหาร หรือ ยอดโดม ลักษณะอาคารหากมองจากภายนอกจะเป็นเหมือนลูกแก้วขนาดใหญ่ เส้นผ่านศูนย์กลาง 10 เมตร สีหมอกมัวตรงกับลักษณะของแก้วมุกดาหาร ซึ่งเป็นหนึ่งในนพรัตน์เก้าประการในตำนานของไทย ภายในเป็นห้องโถงผนังกระจกใส พื้นที่กลางโถงประดิษฐาน “พระพุทธนวมิ่งมงคลมุกดาหาร” พระพุทธรูปเนื้อเงินแท้บริสุทธิ์ ปางมารวิชัย ที่จัดสร้างขึ้นในโอกาสเดียวกันกับการสร้าง หอแก้วมุกดาหาร และมีพระพุทธรูปประจำวันเกิดขนาดเล็กประดิษฐานไว้รอบห้องให้สักการะด้วย
หอชมวิว จะอยู่ด้านล่างถัดจากยอดโดม เป็นพื้นที่รูปวงกลม ผนังโดยรอบเป็นกระจกใส ภายในติดเครื่องปรับอากาศ เป็นจุดชมทิวทัศน์ซึ่งอยู่สูงจากพื้น 50 เมตร มองเห็นภูมิทัศน์ได้รอบตัวเมือง ทั้งยังเป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกที่สวยงามมากอีกด้วย

แกนหอคอย สูง 29.6 เมตร มีบันไดทั้งสิ้น 321 ขั้น กว้างขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 6 เมตร จะมีช่องลิฟต์และบันไดเวียน สำหรับอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนในการขึ้นไปยัง หอชมวิว โดยมีชานพักเป็นช่วง ๆ
ส่วนฐาน หอแก้วมุกดาหาร มีลักษณะเป็นอาคาร 2 ชั้น ทรง 9 เหลี่ยม (ความหมายตรงกับรัชกาลที่ 9) กว้างขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 40 เมตร ในส่วนนี้มีการจัดแสดงนิทรรศการเกี่ยวกับศิลปวัฒนธรรมและวิถีชีวิตของคน 8 เผ่า ที่อาศัยอยู่ใน จ.มุกดาหาร ตลอดจนแสดงวิถีชีวิตของคนสองฝั่งโขง รวมทั้งเป็นสถานที่เก็บรักษาประวัติศาสตร์เมืองมุกดาหาร ซึ่งเป็นสมบัติล้ำค่าของแผ่นดิน

และในส่วนของบริเวณโดยรอบ หอแก้วมุกดาหาร มีการปรับปรุงภูมิทัศน์ให้ประชาชนได้ใช้เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ และให้นักท่องเที่ยวได้เลือกเก็บภาพประทับใจตามมุมต่าง ๆ มากมาย โดยมีฉากหลังเป็นสวนหย่อมไม้ดอก ไม้ประดับ ไม้มงคล ประเภทต่าง ๆ รวมถึง หอแก้วมุกดาหาร หอสูงเสียดฟ้าประจำเมือง
สำหรับใครที่สนใจอยากไปเที่ยว หอแก้วมุกดาหาร สามารถเข้าชมได้ทุกวัน เวลา 08.00 น. -18.00 น. บัตรเข้าชมคนละ 20 บาท หากเข้าชมเป็นหมู่คณะจะได้รับส่วนลด 20%

ขอขอบคุณที่มา https://sites.google.com/site/narumon4569/hx-kaew-mukdahar

Loading...

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here