Loading...

แซม ยุรนันท์ เปิดใจพูดทั้งน้ำตา หลังรู้ป่วยเป็นมะเร็งที่ปอด (คลิป)

วินาทีนี้ต้องบอกเลยว่าไม่มีใครมาแรงเท่า นักแสดงรุ่นใหญ่แซม ยุรนันท์ ภมรมนตรี ที่มาออกรายการ Club Friday Show เป็นครั้งแรกถึงชีวิตในวัยรุ่นและเส้นทางการก้าวเข้ามาในวงการบันเทิง ซึ่งเรื่องหนึ่งที่แซม ออกมาเปิดใจคือชีวิตตอนเด็กเข้าสู่วงการบันเทิงโดยการขัดใจคุณพ่อที่เป็นทหารยศใหญ่ โดยแซมบอกว่าก่อนหน้าพี่สาว ก็เคยโดยชวนเข้าวงการมาแล้ว แต่คุณนั้นห้ามไม่ให้เข้าวงการจนมาถึงตาแซม เมื่อเข้าไปขอคุณพ่อกลับได้คำตอบว่าให้ตั้งใจเรียนไม่ต้องไปทำงานในวงการ จนแซมต้องสนกลับไปว่าแล้ว”คุณพ่อมีภรรยาที่เป็นนางงานทำไม” เล่นเอาทั้งสองคนเกิดรอยร้าวพอสมควรในตอนนั้น

ทั้งนี้ชีวิตวัยเด็กของแซมนั้นถือว่าเป็นคุณหนูมีคนขับรถไปรับ – ส่ง นอกจากนี้ยังมีความเป็นระเบียบเอามากๆด้วยความที่คุณพ่อเป็นทหารเมื่อถึงเวลาผ่อนคลายคุณพ่อจะเล่นดนตรีให้คนในครอบครัวฟัง ทั้งนี้คุณแม่ ของแซมฉีกจากคุณพ่อทุกอย่างจะไม่ค่อยอยู่ในกรอบ แซมจึงสนิทกับคุณแม่ ในส่วนของรอยร้าวต่างๆที่สะสมไว้ทำให้แซมตัดสินใจไม่คุยกับคุณพ่ออีกเลย โดยเหตุการณ์หนึ่งที่ตอกย้ำรอยร้าวของแซมกับพ่อคือเรื่องที่แซมไม่ยอมไปโรงเรียนเนื่องจากต้องการให้คุณแม่ไปด้วยเพราะครูที่โรงเรียนนั้นปลื้มคุณแม่มากถึงขนาดยอมนวดขาให้คุณแม่ แถมยังต้องนอนเฝ้าจนเช้ามาคุณแม่เบี้ยวแซมจนแซมไม่ยอมไปโรงเรียน ขอให้แม่ไปส่งก็ยังดี จนคุณพ่อมาเห็น จับแซมเอาน้ำราดอกจนแซมหลุดปากพูดคำหยาบกับพ่อว่า “กูไม่กลัวมึงหรอกไอ้แก่” จนเวลาผ่านไปคุณพ่อเสียก็ยังไม่ได้ขอโทษ จนมาได้มีโอกาสขอโทษตอนวันที่มีลูกชาย ทั้งนี้แซมได้บอกเหตุผลว่าเป็นเพราะช่วงอายุของแซมที่ห่างจากคุณพ่อกว่า 60 ปี และตอนนั้นแซมมีอายุเพียง 18 – 19 ปี เท่านั้น โดยแซมได้มารู้ภายหลังว่าเขาคือลูกคนเดียวที่มีหน้าตาเหมือนคุณพ่อมากที่สุด

นอกจากนี้ด้านความรักของแซมก็น่าสนใจไม่น้อยเพราะเมื่อได้เข้าสู่วงการบันเทิงเป็นดีเจเปิดเพลงซึ่งสมัยนั้นการเป็นดีเจไม่ใช่ใครจะมาเปิดได้ ด้วยความหล่อของแซมทำให้มีสาวๆเข้ามาขายขนมจีบตลอดเวลาแต่แซมไม่คิดว่าการที่ เป็นคนเฟรนลี่ จะทำให้สาวๆหลายคนคิดว่าเขามาจีบเพราะนิสัยส่วนตัวของแซมจริงๆนั้นเป็นคนไม่เจ้าชู้ โดยแซมเล่ามาเมื่อต้องไปเปิดเพลงตามต่างจังหวัดต้องเปิดห้องไว้สองห้องเพื่อให้สาวๆไม่รู้ว่าเขาอยู่ห้องไหนเพราะมีสาวๆมาเคาะ ประตูตลอด นอกจากนี้ยังมีสาวๆขับรถมารับถึงที่เรียนจนต้องบอกเพื่อนให้ไปดูว่าคันไหนมาเพราะหลายคันมาและจะให้เพื่อนไปดูให้แต่บางครั้งก็ไม่ได้ไปด้วยเพราะตอนนั้นเพียงเคยอยากกลับบ้าน นั้นเป็นเพราะแซมออกจากบ้านมาใช้ชีวิตเองตั้งแต่อายุ 16 – 17 จึงทำให้เป็นผู้ใหญ่มากๆ นอกจากนี้เหตุการณ์ที่สาวๆหึงหวงแซมถึงขั้นประกาศออกไมค์ในงานที่แซมไปเปิดเพลงว่า “ขอสนุกด้วยคนสิ”

โดยแซมได้เก็บทุกแง่มุมขอความรักไปสอนลูกว่าตลอด 35 ปี อย่าไปอะไรมากกับความรักและการอกหักเพราะแซมเมื่อคบกับภรรยาแล้วไม่เคยไปยุ่งกับผู้หญิงคนอื่นเลย ซึ่งจุดเริ่มต้นของความรักเกิดจากการที่แซมไปหาเจ้าคุณปู่ ที่บ้าน แถวสุขุมวิท จึงได้เจอกับคุณมุข มาริษา ผู้เป็นภรรยาซึ่งตอนนั้นก็มีการแซวคุณมุข ด้วยความสะดุดตาจากการใส่เสื้อสีแดงนอกจากนี้เพื่อนยังแซวเพราะเดินคอเอียงใส่แซมแถมยังไม่สนใจ จนเริ่มคุยกันเมื่อแซมถามคุณมุขจึงบอกว่าแซมคิดไปเอง เห็นแซมเป็นดาราเลยไม่กล้ามอง ทั้งนี้แซมยังขอบใจแฟนที่ยอมเดินไปซื้อตั๋วเพื่อเข้าไปดูหนังด้วยกันแบบตัวใครตัวมันเพราะในสมัยก่อนดารามีแฟนถือเป็นเรื่องต้องห้าม ทั้งแซมยังเคยขอให้สื่อใหญ่ปิดข่าวเรื่องที่เขามีแฟนอยู่พร้อมสัญญาณว่าจะบอกหากได้แต่งงานกับคุณมุข เพราะหากบอกไปแล้วเกิดหากเลิกกันในสมัยนั้นฝ่ายหญิงถือว่าเสียหายมาก จนเวลาผ่านไปแซมได้แต่งงานก็บอกทุกสื่อและได้รับพระราชทานน้ำสังข์ ซึ่งเป็นความฝันสูงสุดในตอนนั้น จนอยู่กินกันมาถึงทุกวันนี้

ทั้งนี้มีอยู่ช่วงหนึ่งที่แซมเกือบเลิกกับแฟนเนื่องจากคุณมุขต้องไปเรียนต่อก่อนที่แซมจะยื่นคำขาดว่าถ้าไปคือเลิกกัน จนคุณมุขตัดสินใจไม่ไป นอกจากนี้จุดหนึ่งที่แซมกลัวคือการเข้าหาคุณพ่อของคุณมุข ในเรื่องนี้คุณมุขเป็นกังวลมากเพราะด้วยความที่คุณพ่อเป็นทหารมีระเบียบวินัยแต่ก็สามารถผ่านจุดนั้นมาได้ เรื่องตลกอีกอย่างที่แซมเล่าคือเขาชอบไปกันท่าอยู่ที่ทำงานคุณมุขเพราะด้วยความที่คุณมุขสวยทั้งยังทำงานอยู่การบินไทย จึงหวงแต่เวลาผ่านมาก็ไม่มีอะไรเพราะเพื่อนๆ ที่ทำงานคุณมุขก็รู้ว่าแซมคือแฟนคุณมุข นอกจากนี้แซมยังให้คุณมุขเก็บเงินไม่เก็บเองเพราะเป็นคนเก็บไม่เก่ง คุณมุขยังมีความเป็นแม่ศรีเรือนด้วยการทำอาหารทุกมื้อให้สามีและลูกๆได้ทานแบบพ่อ ลูกไม่ซ้ำกัน แถมยังตัดเล็บเท้าให้แซมอยู่ตลอดเวลาป่วยก็เช็ดตัวให้ทุก 1 ชั่วโมง ทำอย่างนี้ให้ทั้งแซมและลูกๆ เพราะคุณมุขอยากให้แซมกลับมาบ้านหลังทำงานเสร็จ

นอกจากนี้ตัวแซมก็เคยเจอมรสุมลูกโต จากปัญหาโรคภัยจนต้องเจาะเลือดโดยคุณหมอบอกว่าแซมเป็นมะเร็งที่ปอด ซึ่งความรู้สึกของแซมเหมือนกับโดนค้อนทุบหัวและไม่เคยบอกใครแม้แต่คนในครอบครัว แซมจึงยิ้มและต่อสู้เอง แม้แต่ลูกน้องใน โรงพยาบาลก็ทุกข์ตาม จนแซมต้องบอกว่าไม่ให้เครียดเพราะตัวแซมจะเครียดตามยิ่งทำให้เลือดเป็นกรดส่งผลเสียต่อคนเป็นมะเร็งอีกทาง นอกจากนี้แซมยังเคยเลือดไหลออกตาจนแดงเพราะโรคมะเร็ง จนตั้งกลับมาดูแลตัวเองจนตรวจค่ามะเร็งแล้วลดลงสามารถคุมได้ แซมกล่าวเหตุผลที่ปิดเป็นเพราะว่าไม่อยากให้ครอบครัวทุกข์จนอยู่วันหนึ่งคุณแม่แซมรู้ แล้วบอกคุณมุขและแซมได้อธิบายว่าให้คุณมุขได้ดูแลแซมทางอ้อมด้วยอาหารที่บำรุงทุกมื้อ โดยแซมตอบไม่ได้ว่าอยู่ในขั้นไหนเพราะเชื่อว่าการเอ็กซเรย์จะยิ่งเร่งตัวเซลล์มะเร็จ ในตอนนี้แซมเพียงแค่วัดค่าปอดเท่านั้น

คลิป

ขอบคุณ Club Friday SHOW

Loading...

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here