Loading...

จากกรณี น.ส.กาญจนา ศรีสังข์ วัย 25 ปี ควักเงิน 200,000 บาท จ้างมือปืนไปสังหารแม่แท้ ๆ ของตัวเอง เพื่อฮุบเงินประกัน และที่ดิน 2 แปลง มูลค่า 10 ล้านบาท หวังจะนำทรัพย์สินไปช่วยเหลือสามีที่โดนคดียาเสพติด โดยพบว่าเคยพยายามจะฆ่าแม่มาแล้วหลายครั้ง แต่ทำไม่สำเร็จ (อ่านข่าว : ลูกสาวโหดสั่งมือปืนเก็บแม่ หวังทรัพย์สิน 10 ล้านช่วยแฟนคดียาเสพติด)

ความคืบหน้าเกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2562 รายการทุบโต๊ะข่าว ทางช่องอมรินทร์ ทีวี รายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.โคกคราม สามารถจับกุม น.ส.กาญจนา ได้แล้ว พร้อมจับกุมพรรคพวกอีก 2 คนที่เป็นมือปืน คือ นายประเชิญ กระบินโรท หรือ จ่อย อายุ 40 ปี กับ นายดาว แจ้งประดิษฐ์ อายุ 35 ปี โดยเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวนายประเชิญกับนายดาว ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพภายในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ในย่านนวลจันทร์ เขตบึงกุ่ม กรุงเทพมหาคร ขณะที่ น.ส.กาญจนา ไม่ได้เดินทางไปด้วย เนื่องจากมีอาการเครียดมาก

ในวันเกิดเหตุ นายดาวทำหน้าที่เป็นคนขับรถและชี้เป้า ขณะที่นายประเชิญเป็นคนลงมือยิง ทั้งสองได้ขับรถเก๋งไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนเข้ามาในซอยดังกล่าว กระทั่งพบเห็นนางเอื้อมเดือนกำลังปั่นจักรยานเข้าบ้าน

นายดาวจึงชะลอรถ นายประเชิญที่นั่งอยู่เบาะหลังได้ลดกระจกลง และใช้ปืนไทยประดิษฐ์ ขนาด.38 ยิงนางเอื้อมเดือนไป 2 นัด กระสุนนัดแรกเข้าที่บริเวณใต้ราวนมด้านขวา และยิงซ้ำไปอีก 1 นัด แต่ไม่ถูกตัว ก่อนจะขับรถหลบหนีไป ซึ่งนางเอื้อมเดือนรอดชีวิตมาได้

นางป้อม (นามสมมติ) แม่ของนางเอื้อมเดือน ยายของ น.ส.กาญจนา เปิดเผยว่า ในวันเกิดเหตุ นางเอื้อมเดือนกลับเข้าบ้านในเวลาประมาณ 20.00 น. สภาพเลือดไหลโชก บอกตนว่าถูกยิง แต่พูดซ้ำ ๆ หลายครั้งด้วยความตกใจว่ายิงไม่เข้า นางเอื้อมเดือนพอจะรู้ว่า น.ส.กาญจนา เป็นคนก่อเหตุ เพราะเคยถูกลอบทำร้ายลักษณะนี้มาแล้ว 2 ครั้ง

ครั้งแรกเกิดขึ้นในช่วงต้นปี 2562 โดยคนร้ายบุกไปยิงถึงที่ทำงาน แต่ปืนด้าน คนร้ายจึงใช้ปืนทุบศรีษะนางเอื้อมเดือนแทน จนศีรษะแตก แต่ตอนนั้นยังไม่ทันได้กังวล เพราะคิดว่าคนร้ายอาจตีผิดตัว

ส่วนครั้งที่สองเกิดขึ้นเมื่อเดือนมิถุนายน 2562 ตอนนั้นคนร้ายมาดักรอที่หน้าปากซอย พอเห็นนางเอื้อมเดือนขี่จักรยานยนต์เข้ามา ก็ขับรถไล่ชนตั้งแต่หน้าหมู่บ้าน แต่นางเอื้อมเดือนหลบทัน คนร้ายจึงไปกลับรถ แล้วย้อนกลับมายิง แต่ก็รอดมาได้อีกครั้ง

ภาพจาก อมรินทร์ ทีวี

นางป้อม เผยว่า สาเหตุที่ตนสงสัยว่าหลานสาวเป็นคนทำ เป็นเพราะหลานสาวมีพฤติกรรมแปลก ๆ มักจะโทรศัพท์มาหาตน ทำทีสอบถามว่าแม่จะกลับเมื่อไหร่ เหมือนว่าจะนัดแนะให้คนร้ายมาถูกที่ถูกเวลา และพอหลังเกิดเหตุ ตนก็พยายามซักถามหลานว่าจ้างคนไปฆ่าแม่หรือไม่ แต่หลานก็ไม่ยอมรับสารภาพ หลังเกิดเรื่อง น.ส.กาญจนายังแวะเวียนมาอยู่บ้าง ส่วนตัวยอมรับว่าโกรธ คิดไม่ถึงว่าจะมาทำแบบนี้

นางป้อม เล่าทั้งน้ำตาว่า ตนเสียใจมาก นางเอื้อมเดือนมีลูกแค่คนเดียว คือ น.ส.กาญจนา เมื่อ น.ส.กาญจนามีลูก ก็เอาไปทิ้งไว้ให้นางเอื้อมเดือนเลี้ยงทั้ง 2 คน ซึ่งก็ต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายเอง แล้วพอ น.ส.กาญจนา ถูกจับ ก็ยังไปพูดใส่ร้ายแม่เสีย ๆ หาย ๆ ใส่ความว่าไปจุดไฟเผาบ้านย่า แถมยังบอกว่านางเอื้อมเดือนเป็นแม่เลี้ยง ไม่ใช่แม่แท้ ๆ

หลังจากนี้ไม่คิดอยากให้หลานออกมาอีกแล้ว อยากให้ติดคุกดัดสันดานต่อไป แต่ตนเองไม่ได้คิดตัดยายหลาน และหวังว่าถ้าหากพ้นโทษออกมาแล้ว คงไม่กล้าทำอีก

ตนเชื่อว่าหลานสาวทำไปเพราะต้องการฮุบสมบัติ เพราะลูกสาวมีสมบัติมาก มีที่ดินราว 45 ไร่ที่ จ.เพชรบูรณ์ มูลค่าเกือบ 10 ล้านบาท และทำประกันเอาไว้มาก ตนคิดว่าหลานสาวคงเสียคนเพราะสามี ซึ่งตอนนี้ติดคุกในคดียาเสพติด

ทางด้านนางเอื้อมเดือน รอดชีวิตจากเหตุลอบสังหาร 3 ครั้ง ซึ่งครั้งล่าสุดพบว่ากระสุนถากผิวหนังไป ไม่ได้เป็นอะไรมาก และอาการดีขึ้นแล้ว นางเอื้อมเดือนเล่าว่ายังไม่ได้เจอหน้าลูกสาว เพราะตำรวจยังไม่อนุญาต แต่ในฐานะแม่ไม่อยากให้เป็นข่าว เพราะไม่อยากทำร้ายลูก ตนคิดเองว่าทุกอย่างเป็นเพราะตนเลี้ยงลูกไม่ดีเอง และตนก็ไม่อยากให้หลาน ๆ รับรู้เรื่องที่เกิดขึ้น

ที่ผ่านมาตนเองเคยสงสัยว่าลูกสาวเป็นคนก่อเหตุ แต่ก็พยายามคิดในแง่ดีว่าคงไม่เกี่ยวข้อง เคยถามลูกสาวไปแล้ว ลูกสาวก็ปฏิเสธว่าไม่ได้ทำ และที่ผ่านมาลูกสาวก็ไม่เคยเอ่ยปากขอเรื่องเงิน ตนยอมรับว่าเสียใจที่ลูกคิดฆ่าแกงกัน มองว่าลูกเขยคนใหม่น่าจะมีส่วนเกี่ยวข้อง เพราะลูกเขยมีปัญหาพัวพันเกี่ยวกับยาเสพติด และคาดว่าเข้ามาในชีวิตลูกสาวเพราะต้องการผลประโยชน์

ทั้งนี้ นางเอื้อมเดือนก็ร้องไห้ระหว่างที่คุยกับทีมข่าวอมรินทร์ ทีวี ระบุว่าตนคงไม่ไปประกันตัวลูก และไม่คิดจะไปเยี่ยม เพราะเสียใจมาก แต่ก็ให้อภัยลูก เชื่อว่าลูกคงหลงผิดอะไรสักอย่าง ตนไม่โทษลูกสาว หลังจากนี้คงปล่อยให้กฎหมายดำเนินการต่อไป

ขอขอบคุณ อมรินทร์ ทีวี, สยามนิวส์

Loading...

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here