Loading...

ศาลฎีกาจังหวัดมุกดาหาร ได้อ่านคำพิพากษาคดีที่นายสมคิด โพธิ์ไทรย์ กับพวก รวม 7 คน ซึ่งเป็นกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ หรือ นปช. ในความผิดเกี่ยวกับการก่อให้เกิดความวุ่นวายในบ้างเมือง ในการเผาศาลากลางจังหวัดมุกดาหาร โดยศาลฎีกา ได้ประชุมปรึกษาหารือกันแล้วเห็นว่า หลักฐานโจทก์ยังไม่มีน้ำหนักรับฟังได้ว่าจำเลยร่วมกันกระทำความผิด จึงยกฟ้อง หลังจากได้ต่อสู้คดีมาเป็นเวลา 9 ปี

คดีดังกล่าวเกิดขึ้น เมื่อวันที่ 19 พ.ค. 2553 มีการเผายางหน้าศาลากลางจังหวัดมุกดาหาร โดยผู้ชุมนุมขอพบผู้ว่าราชการจังหวัด เพื่อเจรจาขอตั้งเวทีชุมนุมกดดันรัฐบาลให้ยุติสลายการชุมนุมในกรุงเทพฯ แต่ไม่ประสบผล


ทำให้ผู้ชุมนุมไม่พอใจปีนรั้วเข้าไปในศาลากลาง และลำเลียงยางเข้าไปวางตรงทางเข้า มีการพยายามโยนไฟเข้ากองยาง แต่ก็มีการห้ามปรามและช่วยกันดับไฟ จนกระทั่งมีวัยรุ่นกลิ้งยางเข้าไปใกล้อาคารหลังเก่า จากนั้นก็เกิดไฟลุกแล้วลามอย่างรวดเร็ว เจ้าหน้าที่จึงเข้าสลายการชุมนุมและดับไฟ

นายอนุสรณ์ โพธิ์ศิริ ทนายความ กล่าวว่า เป็นคดีประวัติศาสตร์คดีหนึ่งของพี่น้องชาวจังหวัดมุกดาหาร เป็นคดีต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2553 กลุ่ม นปช.มุกดาหาร มีการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย ต่อสู้กันมาหลายคดี

จนวันนี้ ศาลได้พิพากษายกฟ้อง คดีเผาศาลากลางมุกดาหาร ซึ่งถือว่าเป็นคดีประวัติศาสตร์ ที่ได้ต่อสู้ในความเป็นธรรม ขอขอบคุณทางศาลท่านได้เห็นความเป็นธรรม และความยุติธรรม เพราะว่าพี่น้อง นปช. เสื้อแดงมุกดาหาร ไม่ได้กระทำความผิดตามที่ได้กล่าวหา จากการสืบพยานโจทย์ และมีคำพิพากษายกฟ้องถือว่าเป็นความโชคดีของพี่น้องคนเสื้อแดงมุกดาหาร

ขณะที่นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำ นปช. โพสต์เฟซบุ๊กว่า ขอแสดงความยินดี 7 จำเลยคดีเพลิงไหม้ศาลากลาง จ.มุกดาหาร เมื่อปี 2553 ต่อสู้คดีพิสูจน์ความจริงมาหลายปี ช่วยเหลือดูแลกันมาตามกำลัง วันนี้ศาลพิพากษายกฟ้อง ดีใจหลาย พี่น้องเอ๊ย .

ขอขอบคุณที่มา หลงกรุง

Loading...

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here